10ล้านหนุนยิ่งลักษณ์หรือจะสู้60ล้านให้เคารพศาล!!!“วรงค์”ซัดเดือด“วัฒนา”ปชต.จอมปลอมเอาคนจนบังหน้าตอกปชช.รู้ทันนักการเมืองขี้โกงปลุกระดม???

10ล้านหนุนยิ่งลักษณ์หรือจะสู้60ล้านให้เคารพศาล!!!“วรงค์”ซัดเดือด“วัฒนา”ปชต.จอมปลอมเอาคนจนบังหน้าตอกปชช.รู้ทันนักการเมืองขี้โกงปลุกระดม???

Publish 2017-07-23 14:07:40

จากกรณีวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้ออกมาโพสต์ข้อความกรณีคดีโครงการรับจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลฏีกาได้ไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายจบไปแล้ว รวมทั้งได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ โดยเนื้อหาที่มีการระบุไว้มีทั้งหมดดังนี้



"ความถูกต้องต้องมีที่ยืน"

วันศุกร์ที่ผ่านมาผมกับน้องเฟเดินทางไปศาลฎีกาฯ เพื่อร่วมกับประชาชนที่มาให้กำลังใจนายกยิ่งลักษณ์ในการพิจารณาคดีนัดสุดท้าย ประชาชนจำนวนมากยังคงมาด้วยความศรัทธาทั้งที่ฝ่ายเผด็จการใช้ทุกวิธีที่จะสกัด

 

ฟังพยานอดีตหัวหน้าคลังสินค้าที่เบิกความว่า "หลังรัฐประหาร รัฐบาล คสช. สั่งให้ยกเลิกติดกล้องวงจรปิดบริเวณโกดังเก็บข้าว สั่งห้ามเปิดโกดังเพื่อรมยาจนเป็นเหตุให้ข้าวเสื่อมสภาพ ทั้งยังกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพข้าวเองและขายข้าวดีในราคาข้าวเสื่อมคุณภาพทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย" ผมเชื่อว่าประชาชนที่มีความเป็นกลางคงได้ข้อสรุปตามที่ผมยืนยันมาโดยตลอดว่า โครงการรับจำนำข้าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อยึดอำนาจและทำลายพรรคเพื่อไทย โดยมีนายกยิ่งลักษณ์เป็นผู้รับเคราะห์พร้อมกับชาวนา พฤติกรรมแห่งคดีตั้งแต่ชั้น ป.ป.ช. ที่เร่งรัดจนแซงทุกคดีที่เกิดก่อน จากนั้นออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ย้ายอัยการสูงสุด รวมถึงหัวหน้า คสช. สั่งการเองในที่ประชุมให้เร่งรัดดำเนินคดีโดยมีบันทึกรายงานการประชุม กบข. ครั้งที่ 3/2558 เป็นหลักฐานว่า "ไม่ต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม" คือหลักฐานที่พิสูจน์เจตนาทั้งหมด การต่อสู้คดีครั้งนี้จึงไม่ได้เดิมพันด้วยอิสรภาพของท่านเท่านั้น เพราะมันคือการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายนิยมเผด็จการ

 

เสร็จการพิจารณาคดีผมบอกท่านว่า คดีนี้ผู้พิพากษาไม่ได้มีเพียง 9 คน เพราะยังมีประชาชนที่รักความเป็นธรรมอีกหลายสิบล้านคนทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาเช่นกัน ประชาชนจะไม่ปล่อยให้ท่านเป็นผู้รับกรรมจากการรัฐประหารเพียงลำพังอย่างแน่นอน มีคนตั้งคำถามว่า "มาให้กำลังใจแล้วได้อะไร" ประชาชนฝากตอบว่า "ได้มาเห็นความกล้าหาญของอดีตนายกหญิงที่มาศาลยอมให้ตรวจสอบด้วยความศรัทธาว่าความถูกต้องต้องมีที่ยืน ในขณะที่ชายชาติทหารที่ทำกับเธอสารพัด แถมยังปากกล้าเรียกร้องให้คนอื่นมาต่อสู้คดีในศาลกลับนิรโทษกรรมตัวเองหนีการตรวจสอบ ประชาชนเลยฝากถามกลับว่าที่บ้านมีกระโปรงพอมั้ย ถ้าไม่พอจะทำทานบริจาคให้"

 

วัฒนา เมืองสุข

พรรคเพื่อไทย

23 กรกฎาคม 2560


       ล่าสุดวันนี้นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลที่นายวัฒนากล่าวอ้าง โดยมีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับที่นายวัฒนาอ้าง ซึ่งข้อความทั้งหมดมีดังนี้

 

“นายวัฒนา เมืองสุข มาเร็วกว่าที่ผมคิด ผมเข้าใจว่าหลังจากที่แต่ละฝ่ายได้สิทธิ์ ในการแสดงหลักฐานข้อเท็จจริง เพื่อให้ศาลท่านไต่สวน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ควรที่จะหยุด และรอคำตัดสินวันที่ 25 ส.ค.นี้ แต่นายวัฒนากลับใช้แผนเดิม นั่นคือนำสิ่งที่พยานฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์เบิกความ ไปบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด

 

นายวัฒนาอ้างว่า หลังรัฐประหาร มีคำสั่งห้ามเปิดโกดังเพื่อรมยาจนเป็นเหตุให้ข้าวเสื่อมสภาพ ถ้านายวัฒนาจำได้ในช่วงตรวจโกดังโดยท่านปนัดดา ตามข่าวมีหลายโกดังยังตรวจไม่ได้เพราะเพิ่งรมยา และถ้าเป็นจริงตามที่วัฒนากล่าว ข้าวที่เสื่อมต้องเสื่อมทั้งคลังเพราะไม่ได้รมยา แต่ข้าวเสื่อมกลับซุกอยู่ภายในกองข้าวดี โดยมีข้าวดีล้อมรอบ สิ่งที่นายวัฒนาพูดจึงฟังไม่ขึ้น และในข้อเท็จจริงก็มีการรมยาตามปกติ

 

นายวัฒนาอ้างว่า มีคำสั่งให้ยกเลิกติดกล้องวงจรปิดบริเวณโกดังเก็บข้าว คำพูดนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆ นอกจากให้คนสับสน เพราะการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่โกดัง ก็เพื่อเป็นการจับผิด ดูสภาพรถขนข้าวเข้าออกจากโกดัง ว่ามีการขนข้าวเข้าออกจริง ไม่มีเหตุผลใดๆที่ต้องทำ ไม่เข้าใจว่านายวัฒนาอ้างเพื่ออะไร เพราะความจริงไม่มีเรื่องดังกล่าว ส่วนเรื่องการขายข้าว กรมการค้าต่างประเทศเคยแจงไปแล้ว

 

นายวัฒนาคงท่องสูตรประชาธิปไตย เพื่อหลอกลวงประชาชนจนชิน ประชาชนเขารักประชาธิไตยที่แท้จริง แต่ไม่เอาประชาธิปไตยจอมปลอม ภายใต้ระบอบทุนสามานย์ ที่เอาคนจนมาบังหน้า แต่มาแสวงหาผลประโยชน์ แม้แต่นายวัฒนาเอง ก็ยังเอาบ้านเอื้ออาทรมาบังหน้า แต่สุดท้ายก็ถูกป.ป.ช.ชี้มูลเรื่องทุจริต

 

วันนี้คนไทยหลายสิบล้านคน เขาทันนักการเมืองขี้โกงกันแล้ว ประชาชนเหล่านั้นคงจะไม่ยอมให้พวกระบอบทุนสามานย์แต่อ้างประชาธิปไตย มาหลอกลวงอีก ผมเชื่อว่าคนไทยมากกว่า 60ล้านคน ต้องการให้นางสาวยิ่งลักษณ์เคารพคำตัดสินของศาลฎีกา ไม่ต้องการให้มีการปลุกระดมเพื่อกดดันศาล และไม่ยอมให้ใครมาบิดเบือนคำนิจฉัยของศาลอีกต่อไป”

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Warong Dechgitvigrom

                          : Watana Muangsook



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ