ที่สุดของความทุกข์! หญิงวัย 62 ร่ำไห้ สามีถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ20ปีก่อนยังจับคนร้ายไม่ได้ อีกวันเดียวคดีจะหมดอายุความ หวังศาลขยายอายุความให้!

ที่สุดของความทุกข์! หญิงวัย 62 ร่ำไห้ สามีถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ20ปีก่อนยังจับคนร้ายไม่ได้ อีกวันเดียวคดีจะหมดอายุความ หวังศาลขยายอายุความให้!

Publish 2017-06-28 10:37:05

สืบเนื่องจากกรณีที่เกิดคดียิงกันตายในงานแต่งงาน พื้นที่จ.บุรีรัมย์ เมื่อปี 2540 ซึ่งผู้เสียชีวิตคือนายมน แสนประเสริฐ ผู้เป็นสามี ของนางสง่า แสนประเสริฐ หญิงวัย 62 ปี แม้ว่าคดีนี้จะผ่านมาเป็นเวลานานถึง 20 ปี แต่ความทุกข์ใจของคนในครอบครัว ที่ต้องสูญเสียเสาหลักของบ้านไม่เคยจางหาย โดยยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้ 
 



โดยนางสง่า แสนประเสริฐ อายุ 62 ปี ชาวบุรีรัมย์ พร้อมลูกชาย เคยออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับ นายมน แสนประเสริฐ ผู้เป็นสามี หลังถูกนายบัวพา พูนไธสง เพื่อนบ้านใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 28 มิ.ย.2540 ในงานแต่งงานต่อหน้าลูกชายและเพื่อนบ้านที่มาร่วมงาน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งนี้เหลือเพียงอีกวันเดียวเท่านั้นที่คดีจะหมดอายุความ 


ล่าสุดวันนี้ (28 มิ.ย.) นางสง่า และนายสมคิด ลูกชายที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้ออกมาเปิดใจก่อนจะเดินทางไปศาลจังหวัดนางรอง บุรีรัมย์ เพื่อฟังการไต่สวนของศาลในวันสุดท้ายก่อนคดีจะหมดอายุความ ว่า "ตลอดระยะเวลา 20 ปีหลังจากนายมน ถูกยิงเสียชีวิต ก็ขาดเสาหลักของบ้านและคนในครอบครัวรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนบ้านอยู่ห่างกันไม่ถึง 100 เมตร ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ"

 


ซึ่งยังทำใจไม่ได้ยอมปล่อยบ้านที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับสามีทิ้งร้าง แล้วกลับไปอยู่บ้านเกิดอีกหมู่บ้านหนึ่งในตำบลเดียวกัน ส่วนลูกๆ ทั้ง 5 คน ก็แต่งงานมีครอบครัว และวันนี้เป็นครั้งแรกที่นางสง่า และลูกชาย เดินทางกลับมาที่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้งหลังปล่อยทิ้งร้างมานาน 20 ปี พร้อมพาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดเกิดเหตุที่นายมน ถูกยิงเสียชีวิต

 

 

ทั้งนี้บรรยากาศที่บ้านของนายบัวพา จำเลยที่ถูกศาลออกหมายจับข้อหา “ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตประมาณ 100 เมตร พบว่าถูกปิดเงียบไม่มีคนอยู่ มีเพียงรถตู้จอดทิ้งไว้ใต้ถุนบ้านเท่านั้น คาดว่าน่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ และยังไม่สามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้

 

 

นอกจากนี้นางสง่า ผู้เป็นภรรยา ยังกล่าวทิ้งท้ายทั้งน้ำตาด้วยว่า "กังวลใจเพราะเหลืออีกเพียงวันเดียวจะหมดอายุความ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ แต่ก็ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และหากยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ตนก็จะร้องขอความเมตตาจากศาล เพื่อขอยืดอายุความออกไปให้เจ้าหน้าที่ได้มีเวลาในการติดตามตัวผู้ต้องหา และให้โอกาสครอบครัวได้ต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้ตายด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของศาลต่อไป"

 

 

ขอบคุณ:  คมชัดลึก 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล