ระวังตกเป็นเหยื่อ!! "วิษณุ" จวกยับ "สปท." ชงนายกฯให้ใช้ ม.44 ออกกฏหมายปฏิรูปฯ

Publish 2017-05-15 20:20:57

สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ครับวันนี้วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ครับ มีประเด็นข่าวที่ไม่หน้าเป็นประเด็นเกิดขึ้นระหว่าง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กับรัฐบาลซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้น่าจะทำให้เป็นเหยื่อของฝ่ายตรงข้ามกับคสช.หยิบฉวยมาเล่นงานได้นั้นก็คือมีรายงานข่าวจากสปท. ย้ำนะครับว่าเป็นรายงานข่าว แต่เนื้อหาของรายงานข่าวฉบับนี้ค่อนขข้างที่จะละเอียด รายงานข่าวมีอยู่ว่า อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งได้ถ่ายโอนอำนาจไปอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. ออกกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปจำนวน 36 ฉบับ จากทั้งหมด 27 วาระ



รายงานแจ้งว่า ในหนังสือของ ร.อ.ทินพันธุ์อ้างว่า หากดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ กฎหมายจะออกมาบังคับใช้ไม่ทันภายในปี 2560 เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีภาระงานล้นมือ ทั้งนี้ ได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) แล้ว และเห็นตรงกันว่าควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรายงานแบบนี้ยืนยันได้ครับว่าค่อนข้างจะตรงกับข้อเท็จจริงข่าวน่าจะได้เนื้อหาของหนังสือฉบับนั้นมา แต่ตามปกติครับการทำงานเมื่อแหล่งข่าวจากฝั่งสปท.อยากจะเปิดเผยก็ต้องห้ามผู้สื่อข่าวว่าอย่าเอาไปเปิดเผยถ้าจะเอาไปเปิดเผยต้องใช้คำว่ารายงาน กลายเป็นประเด็นทันทีครับเมื่อผู้สื่อข่าวถ้าเอามาถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในกรณีนี้ จนได้ทราบเรื่องดังกล่าว ไม่ทราบว่าไปเสนอกันที่ไหน ถ้าเสนอมารัฐบาลจะมี แนวพิจารณาในการคิดเหมือนกัน "อย่างไรก็ตาม อุตส่าห์ออกกฎหมายมาตรา 44 ไปแล้วและขมวดท้ายว่าให้จัดการออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขึ้นมาเพื่อที่จะให้หมดสภาพความเป็นมาตรา 44 เพราะฉะนั้น อย่าคิดอะไรให้สวนกลับกัน ผมเชื่อว่า สปท. คงมองว่าล่าช้าและไม่ทัน แต่คิดว่าได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่เห็นจะต้องทำไปทั้งหมด เลือกเอาแต่ที่สำคัญ อย่าคิดทำอะไรมากเกินไป"

 


นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ตนเห็นใจที่มีเจตนาดี เพราะคิดและมีผลงาน จึงต้องการผลักดันให้เสร็จเหมือนส่งขึ้นฝั่ง แต่ในแง่รัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 หรือตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หรือตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา เราพยายามระมัดระวังการใช้มาตรา 44 ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ แต่เมื่อใช้แล้ว ก็จะขมวดท้ายว่าไปทำให้เป็นพ.ร.บ.โดยเร็ว เพื่อให้อยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งวันนี้ตนได้นั่งไล่สำรวจคำสั่งและประกาศ ทั้งที่ใช้มาตรา 44 และไม่ใช้มาตรา 44 มีทั้งเลิกใช้แล้ว และเตรียมจะยกเลิกก็มี แล้วยังจะให้มาเพิ่มอีก 33-36 ฉบับหรือ ทั้งนี้เอาไว้หารือกันอีกครั้ง ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับในรายงานข่าวหนังสือของสปท.นั้นยืนยันว่าได้หารือกับนายวิษณุและนายสุวิทย์แล้ว ข่าวนี้สับสนการให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุก็ดูท่าว่ายังไม่ได้รับการหารือจากสปท.แต่อย่างไร ประเด็นที่สำคัญถัดมาในฐานะตัวแทนของรัฐบาลต้องถือว่านายวิษณุ ได้ตำหนิสปท.แม้จะมีกล่าวอ้างว่ามีเจตนาดีก็ตามเรื่องนี้ผิดถูกจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่นายวิษณุ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลจะต้องตระหนักก็คือ เรื่องปฏิรูปเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องทำ ส่วนวิธีการจะทำอย่างไร จะออกเป็นม.44 หรือจะไปผลักดันกฎหมายของรัฐบาลของคสช.นั้นก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องคิด ในฐานะรัฐบาลเป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายของคสช.และหลักการในการปฏิรูปเป็นหลักการใหญ่สำคัญไม่ใช่มาพูดว่าทำแค่ไหน เอาแค่นั้น



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สรัลธร ท้วมแสง

ติดตามข่าวอื่นๆ