“ไม่ไหวพวกความคิดสุดโต่ง ผมไม่อยากรบกับเด็ก” บิ๊กตู่ฝากปธ.สภานศ.มหิดล เผยประเทศไทยวันนี้เป็นวันแห่งการเปลี่ยนแปลง จะเป็นเหมือนฟ้าหลังฝน

Publish 2017-05-05 10:46:03

       จากกรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ปาฐกถาเรื่อง บทบาทมหาวิทยาลัยไทยต่อ Thailand 4.0 โดยมีเนื้อหาช่วงหนึ่งว่า “ เรื่องต้นงิ้วหัก ก็หาว่าลางร้าย อะไรต้องร้ายตลอด ขอให้คิดดี ผมว่าไม่ร้าย ประเทศไทยวันนี้จะเป็นวันแห่งการเปลี่ยนแปลง และประเทศจะเป็นเหมือนฟ้าหลังฝน ที่จะมีอะไรสดใสขึ้น ขอว่าอย่าให้คิดอะไรสุดโต่ง ซึ่งอาจสร้างความขัดแย้ง และผมขอฝากถึงประธานสภานักศึกษาที่นี่ด้วย หวังว่าที่นี่คงไม่มีปัญหา ไม่ไหวพวกความคิดสุดโต่ง ผมไม่อยากรบกับเด็ก ”



       ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการประชุมสภานิสิตจุฬาฯสมัยสามัญสมัยแรก เพื่อเลือกสมาชิกสภานิสิตสามัญเป็นประธานและรองประธาน รวมถึงเลขาธิการสภานิสิตฯ โดยนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ลงสมัครในตำแหน่งประธานสภานิสิตฯ ซึ่งภายหลังการลงคะแนนแบบลับ ปรากฏว่า นายเนติวิทย์ มีคะแนน 27 คะแนน จากคณะกรรมการจำนวน 36 ราย จึงได้รับเลือกให้เป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯคนล่าสุด สำหรับนายเนติวิทย์ นั้นเป็นที่รับรู้กันดีว่า มีความคิดที่สุดโต่งในบางเรื่อง อาทิ ไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร การไม่ยอมถวายบังคมพิธีถวายสัตย์ฯนิสิตจุฬาฯ โดยอ้างว่ารัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว ทำไมยังต้องทำต่อหน้าพระบรมรูปอีก


       ในวันเดียวกันที่รัฐสภาบริเวณประตูปราสาทเทวฤทธิ์หรือประตู3 ถ.ราชวิถี เมื่อเวลา 15.00 น.เกิดเหตุการณ์กิ่งต้นงิ้วสูงประมานตึก7 ชั้น อายุกว่า 100 ปีปลูกในสมัยรัชกาลที่ 5 ขนาดใหญ่หักโค่นลงมาโดนสายไฟทำให้หม้อแปลงระเบิดเสียงดังและทำให้ไฟฟ้าในสภาบางส่วนดับอีกทั้งยังทับศาลาที่พักเจ้าหน้าที่ซึ่งมีคนนั่งพักอยู่ 4-5 คน

 

       ขณะที่นายบุญเลิศ ไพรินทร์ หรือโหรส.ว. กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นลางร้ายและวันนี้ก็เป็นวันที่ดาวมฤตยูโคตรมาทับดวงเมืองและดวงโลกหมายความว่าอาจจะเกิดการสู้รบราฆ่าฟันการปฏิวัติซ้อนก็เป็นไปได้หรือเทวดาที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุอาจจะไม่พอใจในบางเรื่องหรืออาจจะส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างเพราะฉะนั้นทุกฝ่ายจะทำอะไรก็ต้องมีความระมัดระวังให้มากขึ้น ทั้งนี้รถตนซึ่งจอดใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดแต่รถกลับไม่ได้รับความเสียหายอะไรเพราะตนมีหลวงโสธร รุ่นแรกวางไว้หน้ารถจึงสามารถคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายได้

 

       อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขณะมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ถึงประเทศไทยและในหลวงรัชกาลใหม่ด้วยว่า

 

       “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ทรงรับสั่งกับรัฐบาล และรัฐมนตรีบางท่านว่า ขอให้รัฐบาลทำหน้าที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุขให้มากที่สุดในรัชกาลปัจจุบัน โดยใช้แนวทางของสมเด็จพระบรมชนกนาถ ซึ่งได้ทรงทำมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงให้สืบสายต่อในสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เสื่อมถอย หรือน้อยลงไปกว่าเดิมที่มีอยู่ ทรงรับสั่งด้วยความห่วงใยในสิ่งสำคัญหลักๆ คือ เรื่องของการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสาธารณสุข การเสริมสร้างอาชีพรายได้ และคุณภาพชีวิต สิ่งสำคัญจะต้องทำให้ประเทศชาติสงบสุข สันติไม่มีความขัดแย้ง ดังนั้น พวกเราทุกคนจะต้องสนองพระราชปณิธานของพระองค์ท่านตามแนวทางของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ โดยใช้ศาสตร์พระราชาของพระบรมชนกนาถ รัชกาลที่ ๙ มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นแก่ประชาชนและพวกเรา รัฐบาลจะต้องสนองต่อสิ่งที่พระองค์ทรงรับสั่งไว้ และแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติที่จะทำให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงมีรับสั่งไว้วางการพัฒนาประเทศไทยจำเป็นต้องมีการพัฒนาคู่ขนานกัน ไม่ใช่พัฒนาโดยใช้แนวทางตะวันตกเพียงอย่างเดียว จะต้องใช้ของตะวันออกควบคู่ไปด้วย เพราะแบบตะวันตกอาจทำให้ทุกอย่างพัฒนาเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วแต่อาจจะไม่ยั่งยืน จนเกิดผลกระทบและความเสี่ยงต่างๆ การพัฒนาแบบตะวันออกอาจจะช้าแต่มีความมั่นคงมากกว่า หากเราสร้างความเข้มแข็งระดับฐานรากได้ก็จะเติบโตไปอย่างมั่นคง ในเรื่องของงบประมาณถือเป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญในการบริหารประเทศ ทั้งการจัดสรร และการใช้จ่าย เราจึงจำเป็นต้องใช่ศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียง และการบริหารประเทศตะวันตกและตะวันออกคู่ขนานไปด้วยกัน เป็น 3 ห่วง 2 เงื่อนไข การใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ