อั๊ยย่ะ..ทางรถไฟสายมรณะ (2)!! เปิดข้อมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสีแดงบางซื่อ-รังสิต อธิบดีสวัสดิการแรงงานเผยเกิดเหตุรุนแรงซ้ำซาก6ครั้ง ตายแล้วถึง8!?!

Publish 2017-04-29 12:50:47

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุคานเหล็กยึดปูนหล่นทับคนงานก่อสร้าง จุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ–รังสิต เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา จากนั้น พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์ รองผกก.(สอบสวน)สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง น.ส.วรรณดี สนชัย ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ




 

 

ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุ อยู่บนถนนกำแพงเพชร 6 อยู่ใต้รางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง พบเครื่องจักรทำจากโลหะขนาดใหญ่สีส้ม 2 ชิ้นประกบติดกัน
ลักษณะหล่นลงมาจากข้างบนขวางถนน จากการสอบสวน นายรัฐกร จิตศรีพิทักษ์เลิศ อายุ 41 ปี วิศวะกรผู้ควบคุมงานให้การว่า ตัวที่หล่นลงมาเรียกว่า "ทรัค" มีไว้สำหรับค้ำยันและรับน้ำหนักแผ่นปูนรางรถไฟฟ้า และอีกชิ้นคือตัวค้ำยัน โดยปกติแล้วทรัคจะต้องเลื่อนไปตามรางเหล็กสีส้มเพื่อเลื่อนจากเสาหนึ่งไปอีกเสาหนึ่ง ระหว่างที่ทรัคกำลังเลื่อนไปจู่ๆ รางเหล็กเกิดรับน้ำหนักไม่ไหวทรัคจึงหล่นลงมาพร้อมคนงาน 3 คน ที่กำลังควบคุมอยู่ด้านบนเสียชีวิต ทราบชื่อ นายไมตรี สุภาศิวัฒน์ อายุ 25 ปี นายสงัด เทพสันทัด และนายสันติพงษ์ แซ่ว่าง


 

 

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของอุบัติเหตุครั้งนี้ วันนี้ (29 เม.ย.) เจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุอุปกรณ์ก่อสร้างคานเหล็กของรถไฟฟ้าสายสีแดงหล่นลงมาทับทำให้คนงานเสียชีวิต3ศพ บริเวณหน้าโรงเรียนวัดดอนเมือง ถนนกำแพงเพชร 6 เขตดอนเมือง เพื่อหาสาเหตุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

 

 

โดย ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบความผิดปกติของคานเหล็กเส้นแรงดึงสูงสำหรับคอนกรีตอัดแรง(พีทีบาร์) ซึ่งเป็นตัวยึดตอม่อขาดในขณะที่กำลังดำเนินการ ส่งผลให้โครงสร้างเหล็กทั้งหมดร่วงหล่นลงมา ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเส้นเหล็กดังกล่าวขาดเพราะอะไร เพราะขณะนี้เจอเส้นเหล็กพีทีบาร์เพียง1เส้นเท่านั้นจากทั้งหมด 6 เส้น โดยเส้นที่พบมีลักษณะขาดแนวตัดขวาง จากแรงเฉือน แต่ความชัดเจนจะรอดูการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฎิบัติการอีกครั้งหนึ่ง ส่วนระบบการปฎิบัติยังไม่พบข้อบกพร่อง ที่เกิดจากความประมาท แต่ต้องการตรวจสอบรายละเอียดก่อนและใช้เวลาที่ชัดเจนก่อนว่าเกิดความประมาทหรือข้อผิดพลาดจุดใด

 

 

 

 

ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจเสร็จแล้ว ก็จะยกเครนเหล็กออก รวมถึงจะต้องตรวจสอบดูว่าอุปกรณ์สามารถใช้งานได้หรือไม่ หากไม่มีปัญหาก็สามารถเปิดเส้นทางจราจรได้ภายใน 3 วันนี้ และ ดร.ธเนศ ยืนยันว่า การก่อสร้างมีระเบียบมาตรฐานในการปฎิบัติ หากมีการยกสิ่งของหรือก่อสร้างก็จะมีการปิดกั้นพื้นที่ ซึ่งครั้งนี้ก็พบว่าบริษัทอิตาเลี่ยนไทยที่รับผิดชอบการก่อสร้างนี้ได้มีการปิดกั้นพื้นที่แล้  ขณะเดียวกับก็ยอมรับว่าการทำงานในช่วงเวลากลางคืนอาจไม่สะดวก และเกิดความผิดพลาดได้

 

 

 

 

ด้านนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ที่มีผู้เสียชีวิต บริษัทที่รับผิดชอบต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อพบว่ามีเหตุขัดข้องทำไมถึงปล่อยให้คนงานยืนอยู่ในจุดเกิดเหตุ จะต้องตรวจสอบว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ หากพบว่าเกิดจากความประมาท กระทรวงแรงงานจะแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหาฝ่าฝืนเรื่องความปลอดภัย เพื่อที่จะให้บริษัทมีความใส่ใจในเรื่องของความระมัดระวังความปลอดภัยมากขึ้น

 

 

 

 

เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เคยมีเหตุลักษณะที่เกิดจากความผิดพลาดของการทำงานในจุดนี้ มาแล้วถึง 6 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตรวมเหตุการณ์ครั้งนี้ แล้วทั้งหมด 8 ศพ  อีกทั้งในช่วงที่เกิดเหตุยังปล่อยให้คนงานอยู่ในพื้นที่ไม่มีการกั้นคนงานออก ถือเป็นความประมาทที่อาจจะก่อให้เกิดความสูญเสียได้อีก ส่วนอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทางกระทรวงจะชดเชยใน 2 ส่วนด้วยกันคือ ตามสิทธิจากกองทุนชดเชยให้คนงานที่เสียชีวิต และเงินจากประกันสังคม นอกจากดำเนินคดีอาญาแล้ว กระทรวงแรงงานมีอำนาจในการสั่งปรับปรุงแก้ไข หากไม่แก้ ก็จะสั่งระงับการทำงานของบริษัทด้วย

 

 

 

 

ขณะเดียวกันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงว่า ตามที่เกิดเหตุโครงสร้างในส่วนของ support launcher ที่ติดตั้งอยู่บนเสา กท.24+402 หน้าวัดดอนเมือง ซึ่งอยู่ในโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ร่วงหล่นลงมาทับคนงานของ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ (ITD) เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากอุปกรณ์โยงยึดอาจขาดนั้น โดยเมื่อคืนนี้ (28 เม.ย.) นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. พร้อมผู้บริหารได้เดินทางไปที่เกิดเหตุแล้ว

 

 

 

 

นอกจากนี้ล่าสุด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ พักการก่อสร้างแล้ว พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ และพักงานวิศวกรควบคุมงานดังกล่าว พร้อมกับขอให้แถลงความรับผิดชอบ และแสดงแผนความปลอดภัยในการก่อสร้างรถไฟสายสีแดงทั้งหมด.



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ