ปังเดียวหน้าหงาย!! “พิชัย” มั่วเปล่า?? รู้ยัง “อาลีบาบา กรุ๊ป” เปิดดีลลงทุนใหญ่ดันไทยเป็น “HUB” กระจายสินค้า E-Commerce สู่ตลาดโลก

ปังเดียวหน้าหงาย!! “พิชัย” มั่วเปล่า?? รู้ยัง “อาลีบาบา กรุ๊ป” เปิดดีลลงทุนใหญ่ดันไทยเป็น “HUB” กระจายสินค้า E-Commerce สู่ตลาดโลก

Publish 2017-04-02 00:32:41


กำลังจะกลายเป็นเรื่องยิ่งกว่าโอ้ล่ะพ่อ หลังจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน  ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ออกมาประโคมข่าวดิสเครดิตรัฐบาลคสช. โดยให้สัมภาษณ์บางช่วงบางตอนอ้างว่า อาลีบาบาประกาศจะไปตั้งศูนย์กระจายสินค้าในมาเลเซีย แทนการเลือกประเทศไทย ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เหมาะสมกว่า   เป็นเหตุผลที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางการเมืองภายในประเทศไทย




 

 

ไม่เท่านั้น  นายพิชัย  ยังไปไกลขนาดให้ข้อมูลสื่อมวชนแดกดันรัฐบาลไทย ทำนองว่า  นายแจ๊ค หม่า เคยมาเยือนไทยถึง 2 ครั้ง และรัฐบาลอ้างเสมอว่าสนิทสนมกับ นายแจ๊ค หม่า แต่กลับไม่สามารถชักชวนให้อาลีบาบามาตั้งในประเทศไทยได้  ยาวไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาล  ก่อนสรุปเอาเองว่าการที่ไทยเสียโอกาสครั้งนี้ นับเป็นความเสื่อมถอยของประเทศอย่างมาก 



อย่างไรก็ตามกับประเด็นนี้มีข้อเท็จจริงอีกด้านจากการรายงานข่าวของสื่อธุรกิจใหญ่อย่าง “ฐานเศรษฐกิจ”  สื่อในเครือสปริง กรุ๊ป  และเป็นข้อมูลที่มีสาระสำคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่งรวมถึงยังมีรายละเอียดตรงข้ามกับสิ่งที่นายพิชัยกล่าวอ้างอย่างสิ้นเชิง

 

 

 

 

ทั้งนี้ในรายงานพิเศษ  เรื่อง  “ปิดดีล! “อาลีบาบา” ปั้นไทยเป็นฮับ”  สรุปใจความสำคัญได้ว่า  คณะผู้บริหารของ ลาซาด้ากรุ๊ป นำโดย นายธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ บริษัทลาซาด้า (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจากลาซาด้า ภูมิภาคอาเซียน  ได้เข้าพบนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เพื่อยืนยันการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กระจายสินค้าอี-คอมเมิร์ซของภูมิภาค 

 

 

 

 

 

ไม่เท่านั้น  นายอุตตม  ระบุถึงขั้นว่า   ผู้บริหาร ลาซาด้ากรุ๊ป ในกลุ่มอาลีบาบา ยืนยันชัดเจนว่าต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคในการกระจายสินค้าอี-คอมเมิร์ซ ไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ก่อนไปสู่ภูมิภาคอาเซียน  และตลาดโลก เนื่องจากไทยมีที่ตั้งหรือยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค เนื่องจากไทยยังมีขนาดตลาดอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่และเติบโตสูง  กลุ่มลาซาด้า และอาลีบาบามองเอสเอ็มอีไทยมีซัพพลายเชน   ขณะเดียวกันยังมองเห็นสิทธิประโยชน์การลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรืออีอีซี และภาครัฐยังมีความมุ่งมั่นในการผลักดันภายใต้นโยบายขยายความเติบโตทางเศรษฐกิจ 

 

“ผู้บริหารลาซาด้ายืนยันว่าอาลีบาบา กรุ๊ป ต้องการลงทุนในไทยระยะยาว และสนับสนุนยุทธศาสตร์ ไทยแลนด์ 4.0 กับอีอีซี โดยต้องการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศไทย”  

 

 

 

 

ส่วนการลงทุนจะแบ่งเป็นเฟส เริ่มต้นจากการสร้าง “เจน 5 อี-คอมเมิร์ซ พาร์ก” ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองที่มีองค์ประกอบเชื่อมโยงอี-คอมเมิร์ซ ตั้งแต่การพัฒนาผู้ประกอบการ การผลิตสินค้าเอสเอ็มอี ไปถึงการเป็นศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค ขณะนี้กำลังจัดหาสถานที่แล้วขีดเส้นพื้นที่ที่ต้องการจัดตั้งเจน 5 อี-คอมเมิร์ซ พาร์ก คาดว่าในเฟสแรกจะเริ่มลงทุนได้ภายในปีนี้ ส่วนเจน 5 จะเต็มรูปแบบได้ภายในระยะเวลา 3 ปี

 

 

 

 

ส่วนประเด็นที่นายพิชัย  อดีตรมว.พลังงงานนำข้อมูลไปกล่างอ้างผ่านสื่อมวลชน   ทางด้าน นายอุตตม   อธิบายได้อย่างกระจ่างชัดว่า   รูปแบบการลงทุนของอาลีบาบา กรุ๊ปในมาเลเซีย แตกต่างจากไทย  โดยในมาเลเซียเป็นการลงทุนนำแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซเชื่อมโยงสินค้าจากจีนไปยังมาเลเซีย แต่การลงทุนในไทยนั้นเป็นการลงทุนขนาดใหญ่กว่า ครอบคลุมตั้งแต่ต้นนํ้าถึงปลายนํ้า โดยอาลีบาบาต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปกลุ่ม CLMV ก่อนกระจายไปสู่ภูมิภาคอาเซียนและไปสู่ตลาดโลก 

 

 

 

 

ยิ่งไปกว่านั้นมีรายงานข่าวระบุด้วยว่า   ผู้บริหารลาซาด้าและอาลีบาบา กรุ๊ป มีกำหนดเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระหว่างการประชุมบอร์ดอีอีซี ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ที่จ.ระยอง เพื่อหาข้อสรุปการลงทุนจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าอี-คอมเมิร์ซไปยัง CLMV และภูมิภาค




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ

;