พลิกแฟ้มคดีแก๊งทมิฬฆ่า"น้องปอนด์"!!เพจดังแกะรอยทุกปม คำต่อคำพยานชี้ชัดรอยโหว่ล่าไอ้โหดแทงหัว ส่อพลิกได้ทุกเคสข้อหา..แม้กระทั่งตายฟรี??

Publish 2017-03-09 16:24:36

ยังคงต้องติดตามกันต่อเนื่อง กับกรณีคดีฆ่าน้องปอนด์ นายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี หนุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นยกพวกรุมทำร้าย และใช้ไขควงแทงศีรษะคาห้องพัก ก่อนจะสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกผู้มีอิทธิพล ต่อมาผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้เข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา รวมถึงได้ประกันตัวออกไปทั้งหมดแล้วนั้น



เฟซบุ๊กเเฟนเพจชื่อดังอย่าง "อีจัน" ก็ได้ออกมาเเสดงความคิดเห็นถึงกรณีนี้ด้วยว่า "หลังจับกระแสข่าวคดีไขควงพิฆาต ฆ่าโหดนศ.ศิลปากรมาหลายวัน อีจันดูทรงแล้ว คดีนี้น่าจะจบไม่ลง!!!! ด้านตำรวจ พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ พยายามชี้แจงชัดว่า ทำคดีอย่างโปร่งใส และขอให้มั่นใจว่า ตำรวจตั้งใจหาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ครบถ้วน ไม่มีหมกเม็ด ในตัวของคดีแล้วก็ไม่ความซับซ้อน ซ่อนเงื่อนใดๆ ดูเผินๆผิวๆ...ก็เป็นคดีเด็กวัยรุ่น ยกพวกทำร้ายกัน ก็ไม่เห็นจะน่าสืบยากเย็นอะไร 

 

 

 

 

ภาพวงจรปิดก็มีชัดเจน ใครร่วม? ใครเข้าห้องที่เกิดเหตุ? ใครลงมือ? ก็หาพยานหลักฐานว่ากันไปแต่ที่มันวุ่นอยู่ตอนนี้ เพราะมีหลายประเด็นที่ไม่เคลียร์!!!! เหตุการณ์เกิดขึ้น ในคืนวันที่ 24 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 25 กพ. 2560 เวลาประมาณ เที่ยงคืนเศษ ที่หอพักหลังมหาวิทยาลัยศิลปากร (วิทยาเขตชะอำ ) มีรถเก๋ง 3 คัน ขับเข้ามาในหอพัก คนในรถกลุ่มหนึ่งเดินไปเคาะห้องหมายเลข 13 ถามหา คนชื่อ “ออฟ” ห้องหมายเลข 13 มี นศ. นอนอยู่ทั้งหมด 5 คน คืนนั้นเป็นคืนที่มีคอนเสิร์ต คนในห้องก็คิดว่ามีเพื่อนแวะมานอนด้วย จึงลุกขึ้นเปิดประตูอย่างงัวเงีย ปรากฏว่า คนที่มาเคาะห้องไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นวัยรุ่นหลายคน กรูกันเข้ามาทำร้ายอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่มีคนตะโกนบอกว่า “ออฟไม่อยู่ๆ” 

 

 

 

จังหวะนั้น มีคนปิดไฟ!!!นศ.ในห้อง 2 คน กระโดดหนีไปทางประตูหลังและยันประตูไว้ไม่ให้ คนร้ายถีบประตูเปิดได้สำเร็จ 2 คนนี้จึงรอด เพียงเส้นยาแดงผ่าแปดส่วนอีก 3 คน ถูกรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม!!!นศ.คนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า มีความพยายามใช้มีดฟันที่แขนหลายครั้ง เขาได้รับบาดเจ็บจนเลือกโชก ต้องเย็บถึง 25 เข็ม และยืนยันว่า ถูกตีด้วยขวดเบียร์ ซึ่งแตกเป็นปากฉลาม ซึ่งคนร้ายก็พยายามแทงคนในห้องด้วย ขวดปากฉลาม ซึ่งเขามองว่า เป็นความพยายามจะฆ่ากันชัดๆ แต่ที่โหดร้ายที่สุด คือ หนึ่งในคนร้าย คว้าไขควง ซึ่ง วางอยู่ที่โต๊ะหน้าห้อง จ้วงแทง น้องปอนด์ หรือ นาย ธีระพงษ์ ฐิตะฐาน ถึง 7 แผล เป็นแผลปักเข้าที่หลัง 6 แผล และที่ศีรษะลึกถึงก้านสมอง 1 แผล 

 

 

 

 

เมื่อทำร้ายจนสะใจผู้บุกรุกแล้ว ทั้งหมดก็ถอยออกจากห้องพร้อม บอกฝากถึง “ออฟ ” คนที่เขามาตามล่า ว่า เป็นการตีฝาก!!!! ก่อนจะขับรถออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 
หลังจากนั้น นศ.ที่ถูกทำร้ายทั้งหมด ก็ถูกส่งตัวไปรพ. โดยมีปอนด์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องถูกส่งไปยังรพ.เพชรบุรี แล้วส่งต่อไปรักษา ที่รพ.ศูนย์จ.ราชบุรี กลับมา....ยังที่เกิดเหตุ คืนนั้น มีการแจ้งวิทยุ ถึงเหตุวิวาท ทำร้ายร่างกาย (แจ้งเป็นเหตุนี้เพราะ ในช่วงเวลานั้น ยังไม่มีคนเสียชีวิต ) นักข่าวท้องถิ่นฟังวิทยุแจ้งข่าวอยู่ แต่ ไม่มีข้อมูลอื่นๆ จึงไม่มีใคร ไปยังที่เกิดเหตุ เข้าใจว่า แค่เหตุทะเลาะวิวาทคืนนั้นจึงมีแต่ นศ. ที่พักที่นั่น และ ตำรวจที่เข้าไปตรวจสอบเหตุ เท่านั้น อีจันได้ถามน้องที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น เขาเล่าดังนี้ 
.


 

นศ. “พี่ครับ ผมว่า ตำรวจทำงานแปลกๆ ”
อีจัน “ แปลกยังไง ? วันนั้นตำรวจมาถึงกี่โมง มากันกี่คนเหรอ ”
.
นศ. “ มีรถตำรวจมา 1 คัน ตำรวจ 1 คน ”
อีจัน “ อ้อ คงร้อยเวร เขาต้องมาดูที่เกิดเหตุ แล้ว พฐ. มา กี่โมง?”
.
นศ. “ พฐ คือ อะไรพี่ ”
อีจัน “ก็ตำรวจพิสูจน์หลักฐานไง เขาต้องมาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ” 
.
นศ. “ไม่มีครับ ผมเจอตำรวจคนเดียว พอมาถึง ผมก็บอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเป็นคนไปหยิบด้ามไขควง ซึ่งเขาแทง แล้วคงดึงขึ้น แล้วมันดึงไม่ออกเพราะลึกมา กล้ามเนื้อคงดูด ด้ามไขควงเลยหลุดออกมา ผมเห็นวางอยู่ตรงชั้นในห้อง ผมก็หยิบให้ตำรวจเลย ” 
.
อีจัน “ อ้าว ไปหยิบทำไม มันมีลายนิ้วมือ กับดีเอ็นเอคนร้ายนะ” 
นศ. “ ก็ผมตกใจ ผมอยากบอกให้เขาเอาไปหาหลักฐาน” 
.
อีจัน “เวร แล้วตำรวจทำไง”
นศ. “เขาก็รับไปกับมือผมนี่แหล่ะ”
.
อีจัน “อื้ม เขาคงไปส่งตรวจ ”
นศ. “ไม่ เค้าเอาไปใส่ในลิ้นชักที่โรงพักพี่ พอผมไปที่โรงพัก พอใครถามเรื่องเป็นไง เขาก็ เปิดลิ้นชัก หยิบโชว์ เค้าจับกันทั้งโรงพัก!!! ”
.
อีจัน “เฮ้ย จริงดิ ”
นศ. “จริง ผมหยิบจริง ตำรวจหยิบ หยิบกันหมด”
อีจัน ( ตาค้าง!!! )

 

 

พยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่า เรื่องที่เล่า เป็นความจริง เรื่องนี้กำลังบอกถึงศักยภาพที่แท้จริงของการทำงานของตำรวจบ้านเรา ซึ่งตำรวจผู้ใหญ่ควรรับรู้ และยอมรับเพื่อปรับทัศนคติ และปรับมาตรฐานตรวจที่เกิดเหตุซึ่ง เป็นจุดสำคัญที่สุดในการสืบสวนคดี เชื่อเลยว่า คดีนี้ ในคืนนั้นพี่ตำรวจคงคิดว่า เป็นแค่เหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันและไม่มีคนตาย (ในวันนั้น ) จึง...อาจดูเหมือนเป็นแค่คดีทะเลาะวิวาท จึง...ไม่มีการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างถูกต้องและระมัดระวัง!!!ที่สำคัญจากนั้น คือ ไม่มีการแจ้งให้พฐ.ของจ.เพชรบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งในคืนเกิดเหตุ และหลังจากนั้น
 

จึงไม่แปลกใจที่....

 

อีจัน “ อ้อ คงร้อยเวร เขาต้องมาดูที่เกิดเหตุ แล้ว พฐ. มา กี่โมง?”
นศ. “ พฐ คือ อะไรพี่ ”

 

อีจัน “ก็ตำรวจพิสูจน์หลักฐานไง เขาต้องมาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ”
 


นศ.ไม่เห็นการตรวจหาพยานหลักฐานโดย จนท. พฐ. นั่นจึงทำให้เขารู้สึกว่า ทุกอย่างแปลกไปหมด คดีนี้ ผกก.สภ.ชะอำ ไม่ตอบถึงคำถามเรื่องไขควงแต่ข้ามไปอธิบายว่า ท่านได้สืบคดีอย่างละเอียดจริงๆ โดยสืบหาตัวคนร้ายจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด จนสามารถแกะหาชื่อ ทุกคนที่ปรากฏตัวในกล้องวงจรปิด ซึ่งมี ถึง 18 คนได้ครบ ไม่ขาดตกบกพร่อง แน่นอนและเชื่อว่า หลักฐานเหล่านี้จะสามารถทำให้ เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ แต่....เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ไม่กี่วันหลังเกิดเหตุ... ตำรวจสืบจนรู้ตัวคนร้าย คนแรก คือ นายอาร์ต หรือ นายกรกนก วรัญญสาธิต ตำรวจก็ขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ ซึ่งต่อมาก็จับ นายอาร์ตได้

 

หลังจากนั้นเพื่อนๆในกลุ่ม อีก 12 คนก็ทยอยกันมา แสดงตัว โดยที่ตำรวจยังไม่ทันได้ออกหมาย ตามกฎหมายมาตรา 134 หากผู้ต้องหามาแสดงตัว โดยยังไม่มีหมาย ตำรวจไม่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ แต่ต้องรีบนำตัวฝากขังต่อศาลในวันที่ศาลทำการทันที ในช่วงนั้น.....ก่อนที่ น้องปอนด์จะเสียชีวิต มีบุคคลในภาพวงจรปิดมามอบตัวแล้ว 13 คนซึ่งคดีตอนนั้น ยังเป็นคดีทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งวันที่ 2 มีนาคม 2560 น้องปอนด์ เสียชีวิต!!!! คราวนี้ คดีถูกเพิ่มน้ำหนักความรุนแรงขึ้นทันทีจาก ทำร้ายร้างกาย กลายเป็น ฆ่าคนตายโดยเจตนา !!!และร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน!!! 

 

เรื่องมันจึงเริ่มสับสนตรงนี้แหล่ะ ว่า.....คราวนี้ ใครฆ่า? ใครพยายามฆ่า?ใครร่วม และเพียงอยู่ในรถ ถือ เป็นร่วมพยายามฆ่าด้วยหรือไม่? กล้องวงจรปิด บอกได้ระดับหนึ่ง!!! ว่าใครมาอยู่ในเหตุการณ์บ้าง แต่บอกได้ถึงว่า ใครเป็นทัพหน้าเข้าไปในห้องหมายเลข 13 หรือไม่ อันนี้ อีจันไม่รู้ พยายามถาม แต่ ไม่บอก !!! โจทย์ยากขึ้นอีก... เมื่อในเหตุการณ์ มีนกรู้ปิดไฟในห้องและเป็นเหตุตะลุมบอล ดังนั้น จะเคลียร์ว่า....

 

ใคร คือ มือไขพิฆาต!! ใครเป็นมือมีด!!! ใครเป็นมือขวด!!! ตำรวจจะเคลียร์อย่างไร ? หลักฐานทางวิทยาศาสตร์หายหมดแล้วตอนนี้ การสืบสวนในทางลับ....น่าจะมีข้อมูลนี้อยู่บ้าง แต่จะนำขึ้นศาลได้หรือไม่ ตอบเลยว่า....ไม่!!! ( เพราะข้อมูลในการสืบ นำไปสู่การหาหลักฐาน ยืนยันการกระทำผิด แต่คดีนี้ มีหรือไม่ )ในที่สุดก็ต้องไปสู้กันเองว่า ใครเห็นใคร และใครเป็นฆ่า แต่ศาลจะเชื่อหรือ ไม่ ???? เพราะมีจุดอ่อนคือ ห้องมันมืด มันดับไฟ!!!! แต่มืดแค่ไหน? พอมีแสงจากข้างนอกหรือไม่ ? งานนี้ควรจำลองเหตุการณ์ว่าแสงสว่างในเวลานั้น มันจะพอเห็นหน้าใครได้บ้าง? 
 

ด้วยเหตุต่างๆประการนี้... จึงไม่แปลกที่ทั้งทางคนเจ็บและแม่คนตาย จะกลัวว่า ...เขากำลังไม่ได้รับความเป็นธรรม!!!! โดยเฉพาะ “น้องปอนด์” ซึ่งไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งของคนทั้งสองกลุ่ม แต่ต้องรับกรรมหนักจน...เสียชีวิตเขาอาจต้องเจอความซวยซ้ำสอง คือ ตายฟรี!!! เพราะหาก ที่สุดแล้ว ด้วยความชุลมุนและความมืด ใครจะบอกได้ว่า ตำรวจจะหาตัวมือสังหารได้อย่างไร? เมื่อคนร้ายในที่เกิดเหตุ ขอให้การชั้นศาล พยานในที่เกิดเหตุ พูดไป ก็ต้องจุกเพราะ ไฟดับ เกมนี้ จะแก้อย่างไร? ตำรวจกองปราบปรามซึ่งมารับทำคดีต่อ จะตอบได้ไหม? 

 

ใครเดาได้ บอกที !!!

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก อีจัน

 

 

ผู้เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว