งามไส้ !!! การบินไทยขึ้นเงินเดือนผู้บริหารและพนักงานอีก 6% แม้ขาดทุนอีก 1.4 พันล้าน จนหุ้นร่วงระนาว !!!

Publish 2017-03-01 12:04:05

ร.อ.อ.กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจการองค์กร บมจ.การบินไทย กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทวานนี้มีมติอนุมัติการปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ฝ่ายบริหารและพนักงาน เฉลี่ยปรับขึ้น 6% และให้มีผลย้อนหลังเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค.60 โดยได้พูดคุยกับสหภาพแรงงานการบินไทย ได้รับทราบแล้ว  
          อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทยังเดินหน้าโครงการร่วมใจจากต่อไป เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้เกิดความกระชับ โดยในไตรมาส 1/60 ได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปเกลี่ยกำลังให้เหมาะสมก่อน อย่างไรก็ตาม จำนวนการปรับลดพนักงานคงไม่มากเหมือนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา



ขณะที่ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/59 ขาดทุน 1.46 พันล้านบาท ทำให้ทั้งปี 59 รายงานกำไรสุทธิเพียง 15 ล้านบาท และล่าสุดหุ้น การบินไทย ราคาอ่อนตัวลง 1.55% มาอยู่ที่ 19 บาท ลดลง 0.30 บาท มูลค่าซื้อขาย 159.59 ล้านบาท โดยเมื่อเวลา 10.26 น. โดยเปิดตลาดที่ 18.80 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 19.20 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 18.80 บาท
          บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า บมจ.การบินไทย (THAI) มีผลการดำเนินงานแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้เพราะลดค่าตั๋ว ทำให้ Passenger yield ต่ำลง รวมทั้งมีรายการพิเศษด้วย ทางฝ่ายวิจัย กำลัง Review ประมาณการกำไรและราคาพื้นฐานปี 60
          ด้านบล.กรุงศรี ปรับลดคำแนะนำหุ้น THAI เป็น "ถือ" พร้อมให้ราคาเป้าหมายใหม่ 21 บาท จากเดิม 28 บาท


ขณะที่นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและบัญชี บมจ.การบินไทย กล่าวว่า ในปี 60 คาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารรวม 22.3 ล้านคน (เพิ่ม 4.8% จากปีก่อน) โดยต้องบริหารจัดการเรื่องรายได้ต่อหน่วย (yield) ให้อยู่ระดับที่แข่งขันได้  
ขณะที่คาดว่าปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) สูงขึ้น 7% และจำนวนเที่ยวบินโต 7%
          สำหรับแนวโน้มราคาน้ำม้นที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องระมัดระวังใน 2 ด้าน ทั้งราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน เพราะบริษัทมีค่าใช้จ่ายน้ำมันเป็นเงินดออลาร์สหรัฐ โดยปีก่อนมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ราว 6 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีรายได้เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพียงกว่า 1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันในช่วงครึ่งแรกของปีแล้ว 51% ของปริมาณน้ำมันที่ใช้ และครึ่งปีหลังทำไว้ 45-46%
          "ราคาน้ำม้นปรับขึ้นกระทบกับทุกสายการบิน แต่การบินไทยจะเผชิญกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีแนวโน้มแข็งค่า จะทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าใช้จ่ายน้ำมันสูงขึ้นเมื่อเทียบเป็นเงินบาท"นายณรงค์ชัย กล่าว
          นอกจากนี้ ในปี 60 ยังคงมีรายการบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบินแต่จะลดลงจากปี 59 ที่มีจำนวน 3,628 ล้านบาท เพราะขณะนี้เริ่มทยอยขายเครื่องบินออกไปได้บ้างแล้ว
          นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบิน รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.60 ที่ผ่านมาอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) ของบริษัทอยู่ระดับสูงกว่า 80% เป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 5 ปี เป็นผลจากการฟื้นตัวของตลาด และความร่วมมือของฝ่ายบริหารและพนักงานตามแผนปฏิรูปองค์กร
          ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าแนวโน้ม cabin factor ในปี 60 จะดีกว่าปีก่อนที่อยู่ในระดับเฉลี่ย 73.4% และบริษัทจะมุ่งเน้นการหารายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งลดลง 4.3%จากปี 58 ซึ่งเป็นรายได้จากตั่วโดยสาร 1.7 แสนล้านบาท  
          นางอุษณีย์ กล่ววว่า ในปีนี้ การบินไทยจะดำเนินการสานต่อแผนปฏิรูปขั้นที่ 3 โดยจะมีการปรับแผนปฏิรูปให้เหมาะสม ซึ่งแผนปฏิรูปได้จัดทำเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ ด้านการหารายได้ บริษัทจะเน้นการหารายได้จากการขายผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำได้มากกว่าปีที่ผ่านมา และหารายได้เสริมมากขึ้น รวมทั้ง เพิ่มการขายกับหน่วยงาน (corporate sale)
          ด้าน ร.อ.ท.สมบุญ ลิ้มวัฒนพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีเครื่องบินที่รอการขาย 22 ลำ ซึ่งอยู่ในกระบวนการขาย 8 ลำ เป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737, โบอิ้ง 747-400 และ แอร์บัส A320  ทั้งนี้ บริษัทได้ทยอยปลดระวางและขายเครื่องบินออกไปเมื่อ 2 ปีก่อนที่มีจำนวน 38 ลำ โดยขายไปแล้ว 14 ลำ และกำลังส่งมอบ 2 ลำ

เรียบเรียง บุญชัย ธนะไพรินทร์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์