รู้แล้วสะพรึง!!!นักบัลเล่ต์ชื่อดังดีกรีจบอังกฤษคนแรกของไทย โพสต์อุทาหรณ์ชีวิตเป็นอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก เพราะเหตุที่หลายคนมองข้าม!!?!!

รู้แล้วสะพรึง!!!นักบัลเล่ต์ชื่อดังดีกรีจบอังกฤษคนแรกของไทย โพสต์อุทาหรณ์ชีวิตเป็นอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก เพราะเหตุที่หลายคนมองข้าม!!?!!

Publish 2017-02-14 19:38:20

 

 

เป็นอีกเคสหนึ่งที่หลายคนควรให้ความสนใจเพราะถือเป็นเรื่องใกล้ตัวเราอย่างมาก เมื่อผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก "Ake Peera Phanlukthao" โพสต์ข้อความแชร์อาการป่วยของเขา คือโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกหรืออัมพาตครึ่งซีกที่ใบหน้า (Bell’s Palsy) ซึ่งมีอาการใบหน้าด้านขวาขยับไม่ได้ พูดไม่ชัด ดื่มน้ำหรือทานข้าวแล้ไหลลงไปกองที่มุมปากและร่วงลงพื้น และทำให้แปรงฟันไม่สะดวกเพราะอ้าปากและบ้วนน้ำไม่ได้

 

 

 

 

โดยผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายนี้ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะมีอาการดังกล่าวว่า... คืนวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังเสร็จงานขับรถกลับจาก จ.กาฬสินธุ์ มุ่งหน้า จ.มหาสารคาม กระทั่งตื่นเช้าอีกวัน ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ แต่รู้สึกว่าใบหน้าทั้ง 2 ข้างอ่อนล้า อ้าปากยิงฟันเพื่อแปรงฟัน ทำได้ไม่ค่อยสะดวก โดยเฉพาะใบหน้าซีกขวา แต่ตนก็ไปสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามตามปกติ สอนจนถึงค่ำ กระทั่งเวลา 21.00 น. อาการของใบหน้าส่งผลให้เห็นชัดเจน คือ ใบหน้าด้านขวาขยับไม่ได้ เริ่มพูดไม่ชัด ดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกที่มุมปาก ทานข้าวแล้วข้าวไหลลงไปกองที่มุมปากและร่วงลงพื้น แปรงฟันไม่สะดวก เพราะอ้าปากและบ้วนน้ำไม่ได้ ตาขวาหลับไม่สนิท




 

 

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว ทราบชื่อคือ ดร.พีระ พันลูกท้าว นักบัลเล่ต์ชายและคอนเทมโพรารี่แดนซ์ จบจากประเทศอังกฤษเป็นคนแรกของไทย และเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดเผยเรื่องราวอาการป่วยว่า แพทย์ได้วินิจฉัยว่าตนป่วยเป็นโรค Bell’s Palsy ให้ยาสเตียรอยด์มารับประทานวันละ 12 เม็ด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยทั้งรพ.สุทธาเวช และรพ.ศรีนครินทร์ แพทย์ทั้ง 2 แห่ง วินิจฉัยโรคออกมาเหมือนกันและไม่มีอาการทางสมอง กระทั่งวันที่ 8 ก.พ. แพทย์นัดพบเพื่อติดตามอาการ แต่ใบหน้าทั้ง 2 ซีกนั้นตึงไปหมด ไม่สามารถขยับได้เลย พูดแทบไม่เป็นภาษาคน แพทย์ได้ตรวจอุจจาระแต่ก็ไม่พบพยาธิหรือสิ่งผิดปกติ และตรวจช่องหูเพื่อดูว่ามีบาดแผลติดเชื้อหรือไม่แต่ก็ไม่พบ สุดท้ายแพทย์ขอตรวจเลือดหาเชื้อไวรัส (HIV ซิฟิลิส เริม ฯลฯ) ผลตรวจเลือดออกมาปกติไม่มีเชื้อใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทำให้ภรรยาตนหายห่วง สุดท้ายก็สรุปได้ว่าเส้นประสาทที่ 7 อักเสบ น่าจะมีสาเหตุมาจากการพักผ่อนน้อย มีความเครียดและภูมิต้านทานต่ำ


 

 

ทั้งนี้ ดร.พีระ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นครับ เริ่มที่จะพูดจาชัดเจน สื่อสารได้ แต่ใบหน้ายังตึงเพราะเส้นประสาทยังอักเสบอยู่ อยู่ในช่วงได้ทำกายภาพบำบัดใบหน้าโดยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าครับ เพราะอาการของโรคนี้ต้องใช้เวลารักษา บางคน 2 สัปดาห์ หรือเป็นเดือน หรือเป็นปี ซึ่งไม่หายก็มี ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ตนหายป่วยไวๆ.

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ เดลินิวส์, เฟซบุ๊ก Ake Peera Phanlukthao



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ