รักนี้ที่สุดแล้ว!!“ในหลวงร.9”เก็บมะนาวโครงการชั่งหัวมันตอนตี 3 สุดซาบซึ้งให้ราชินีฉลองวันเกิด เผย1เดือนเสด็จฯถึง3ครั้ง ก่อนกลับประทับศิริราช

Publish 2017-02-14 10:05:50

       เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล  ทรงมีพระราชประสงค์ให้นำมันเทศที่ชาวบ้านนำมาถวายไปวางไว้บนตาชั่งแบบโบราณ  แล้วพระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ

 

       เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังพระราชวังไกลกังวลก็ทรงพบว่ามันเทศที่วางบนตัวชั่งมีใบงอกออกมา  จึงรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกลงกระถางไว้ในวังไกลกังวล   แล้วก็ทรงมีพระราชดำรัสให้หาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ กลายเป็นที่มาแห่งชื่อโครงการที่ฟังแล้วสะดุดหูนี้

 

       คุณนริศ  สมประสงค์  เจ้าหน้าที่งานในพระองค์โครงการชั่งหัวมันบอกว่า  เราทุกคนคงทราบ  อะไรที่ยากลำบากพระองค์ท่านทรงโปรด  พระองค์ท่านจะทำให้ดูเพื่อพิสูจน์ว่าทำได้ เพื่อจะได้เป็นแม่บทในการที่จะทำ  เหมือนเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมของชาวบ้านที่นี่...แรก ๆ ชาวบ้านก็พากันสงสัยมาก  เริ่มตั้งแต่ชื่อโครงการชั่งหัวมันแล้ว ชาวบ้านตีความชื่อโครงการกันพอสมควร  แรกๆ ก็ตีความออกไปทางการเมืองว่าพระองค์ท่านอาจทรงเบื่อแล้ว  ก็ต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่าไม่ใช่อย่างนั้น เหตุผลจริง ๆ คือหัวมันบนตาชั่งยังขึ้นได้  แล้วที่แห้งแล้งขนาดไหน  มันก็ต้องขึ้นได้



       เป้าหมายของโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริคือต้องการให้เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจของ  อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี   โดยเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่นที่ดีที่สุดเข้ามาปลูกแล้วให้ภาครัฐและชาวบ้านร่วมดูแลด้วยกันเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด เป็นการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด  ขณะเดียวกันก็พยายามเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส  โดยคาดว่าอนาคตจะเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ประชาชนโดยทั่วไป ทั้งนี้พระองค์ยังมีบ้านไร่เป็นของตัวเอง โดยขึ้นทะเบียนบ้านเลขที่ 1  เป็นบ้านพักส่วนพระองค์ ทรงถือโฉนดและมีชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 5 บ้านหนองคอกไก่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยทรงขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรทำไร่ ครานั้นทรงขับรถยนต์มาจากพระราชวังไกลกังวล ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ไม่เคยประทับเฮลิคอปเตอร์

       สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เคยรับสั่งว่า จะปลูกอะไรก็ได้ในที่ของพระองค์ท่าน สับปะรดก็ปลูกได้ เดิมเป็นสับปะรดทั้งหมด ที่ดินที่พระเจ้าอยู่หัวทรงซื้อ 4 หมื่น 5 พันบาท ทุกวันนี้ ราคาขึ้นเป็น 7 แสนบาทแล้ว ที่แถวนี้ไม่ใช่ของคนแถวนี้ เป็นของคนกรุงเทพฯหมด เมื่อก่อนไม่มีไฟ เดี๋ยวนี้มีไฟ พระองค์ท่านทรงซื้อไว้นานแล้ว แต่ปิดเป็นความลับไว้ กระทั่งวันโอนที่ดิน กรมที่ดินทูลถามว่าจะทรงใช้ชื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นเจ้าของที่ดินหรือไม่ พระองค์ท่านก็ตรัสว่าให้ใช้ชื่อนี้เลย แล้วก็ทรงขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรทำไร่ ถือโฉนดทะเบียนบ้านเลขที่ 1 และเพราะที่ดินแถวนี้เป็นดินไม่ดี จึงทรงเลือกซื้อไว้ ที่ดินดีๆ ไม่ทรงโปรด เพราะพระองค์ท่านทรงอยากแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน จึงเจาะจงซื้อที่ดินที่มีต้นยูคาลิปตัส จะได้แก้ปัญหาเรื่องดิน


       โดยโครงการชั่งหัวมัน ยังใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านประจำท้องถิ่น ผ่านชาวบ้านในพื้นที่ที่เข้ามาร่วมลงแขก ทำไร่ถวายพ่อ ทุกวันพฤหัสบดีชาวบ้านเหล่านี้เป็นกลุ่มเกษตรกรที่มาทำไร่ให้พ่อด้วยใจ ไม่ได้ค่าจ้าง...กลุ่มผู้ปลูกมะนาว ก็จะช่วยกันดูแลสวนมะนาว...ปลูกมะนาวถวายพ่อ กลุ่มปลูกหน่อไม้ฝรั่งก็มาทำไร่หน่อไม้ฝรั่งถวายพ่อ มะนาวทำรายได้เป็นที่หนึ่งในบรรดาพืชผักผลไม้ทุกชนิด เริ่มเก็บมะนาวที่ปลูกได้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2552 มาถึงวันนี้ทำรายได้ให้ถึง 1 ล้าน 5 แสนบาทแล้ว ใครจะเชื่อว่าจะเก็บมะนาวได้วันละ 8 พัน ถึง 1 หมื่นลูก ขายได้ราคาต่ำสุด 1 บาท 80 สตางค์ และราคาสูงสุดพุ่งไปถึง 3 บาทกว่า

 

       พระองค์ท่านเคยเสด็จไปที่โครงการชั่งหัวมันอย่างไม่เป็นทางการเพื่อไปเสวยเครื่องว่าง แล้วก็เฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันนั้นได้ทรงรถพระที่นั่งเข้าไปในแปลงมะนาว แล้วก็ทรงเก็บมะนาวตอนตีสาม เพื่อให้สมเด็จพระราชินีได้ทอดพระเนตร หลังจากนั้น ได้เสด็จฯอีกครั้งในวันที่ 1 กันยายน ทรงเข้าไปในแปลงมะนาว ทรงจอดรถพระที่นั่ง แล้วเก็บมะนาว พร้อมทอดพระเนตรโครงการ แล้วจึงเสด็จฯกลับ ภายในเวลาเดือนเดียวพระองค์ท่านเสด็จฯ เยือนที่ดินแปลงนี้ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้นก็ต้องเสด็จฯกลับไปทรงรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราช  และระหว่างที่ประทับอยู่ที่ศิริราช ผู้เกี่ยวข้องจะต้องคอยทูลนำเสนอถึงความก้าวหน้าของโครงการ

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว