ใหม่ล่าสุด..ตร.ต้องฟัง!!! พ่อแม่เน็ตไอดอลสาวเปิดใจครั้งแรกผ่านจอทีวี แจงยิบมั่นใจลูกสาวไม่คิดสั้นยิงตัว..ฟันธงศพตายผิดธรรมชาติ ?? (ชมคลิป)

ใหม่ล่าสุด..ตร.ต้องฟัง!!! พ่อแม่เน็ตไอดอลสาวเปิดใจครั้งแรกผ่านจอทีวี แจงยิบมั่นใจลูกสาวไม่คิดสั้นยิงตัว..ฟันธงศพตายผิดธรรมชาติ ?? (ชมคลิป)

Publish 2017-02-09 13:11:40

จากกรณีน.ส.หทัยชนก กลิ่นทอง อายุ 25 ปี ชาวอ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิตเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากการน้อยใจแฟนหนุ่มที่หนีออกไปเที่ยวปีใหม่ ทิ้งให้อยู่กับลูกน้อยเพียงลำพัง ตำรวจจึงได้ตั้งข้อสรุปสาเหตุการตายในครั้งนี้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

 

สลดเศร้ารับวันปีใหม่!!สาวเบญจเพศเมืองเพชรฯน้อยใจผัวทิ้งลูกเมียไปดื่มด่ำลาปีเก่าตัดสินใจยิงหัวตัวเองดับ (คลิก)

 

 

 

ขณะที่ล่าสุด วันนี้ (9 ก.พ.) น.ส.ศิริรัตน์ กลิ่นทอง และนายสะอาด เมืองเล็ก มารดาและบิดาของ น.ส.หทัยชนก ได้มาออกรายการ "ปากโป้ง" ทางช่อง 8 เผยถึงการตายของลูกสาวที่ระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ทางครอบครัวปักใจเชื่อว่าไม่ใช่การฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน โดยคุณศิริรัตน์ แม่ของผู้ตาย กล่าวถึงเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า สามีของลูกสาวได้โทรมาหาตนในช่วงเช้า แล้วแจ้งข่าวร้ายให้ทราบว่าลูกสาวของตนได้ฆ่าตัวตาย และเดินทางไปที่บ้านสามีของลูกสาว ซึ่งศพนั้นยังไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปแต่อย่างใด จากนั้นชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็ได้เล่าให้ตนฟังว่าลูกสาวนั้นเกิดน้อยใจสามี เนื่องจากไม่ยอมพาไปเที่ยวในวันปีใหม่ทำให้คิดสั้นฆ่าตัวตายตามที่ข่าวออกมา

 

 

 

 

ด้านหนุ่ม กรรชัย พิธีกร ถามกลับว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้ายนั้น ผู้ตายได้มีการระบายหรือเล่าให้ฟังถึงความน้อยใจหรือไม่ คุณศิริรัตน์ กล่าวว่า ไม่มีการระบายหรือบ่นให้ฟังว่ามีปัญหากับสามี ดูเป็นปกติดีทุกอย่าง ซึ่งคุณสะอาด พ่อของผู้ตาย ได้เสริมขึ้นมาว่า น่าจะเป็นความคิดของชาวบ้านทั่วไป ส่วนตัวความรู้สึกของตนและภรรยา ไม่เชื่ออยู่แล้วว่าลูกสาวจะมีวิธีความคิดแบบนั้น เพราะลูกสาวนั้นเป็นคนเข้มแข็งและรักลูกน้อยของตัวเอง ก่อนเกิดเหตุตนยังได้พูดคุยกับลูกสาวเรื่องรถที่จะออกใหม่ ทุกอย่างดูเป็นไปด้วยดีก็ไม่น่ามีเหตุจูงใจอะไรให้คิดสั้นฆ่าตัวตายได้ ส่วนเรื่องปืนที่ใช้เป็นอาวุธปลิดชีวิตนั้น ทางครอบครัวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ทราบว่าปืนกระบอกดังกล่าวนั้นเป็นของใคร แต่ทราบว่าสามีของลูกสาวเป็นคนซื้อมาแต่ยังไม่โอนชื่อเลยไม่ทราบว่าเจ้าของที่แท้จริงนั้นเป็นใครและไม่ใช่ปืนของลูกสาว เพราะลูกสาวไม่มีปืนเก็บไว้อีกทั้งยังใช้ปืนไม่เป็น



 

 

จากนั้นคุณสะอาด กล่าวต่อว่า หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจเก็บและชันสูตรศพเสร็จแล้ว ทางครอบครัวจึงได้เข้าไปในบริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏตนเกิดความไม่เชื่อขึ้นมาทันทีว่าลูกสาวฆ่าตัวตาย เพราะบาดแผลที่พบนั้นพบว่ากระสุนปืนเจาะบริเวณดั้งจมูกด้านซ้าย ซึ่งผิดวิสัยของคนฆ่าตัวตายและผิดธรรมชาติ ลักษณะการถือปืนน่าจะอยู่ในการหันกระบอกปืนเข้าหาตัวด้วยการหักข้อมือเข้า จึงไม่น่ามีความเป็นไปได้ และอาวุธปืนที่ตกอยู่บริเวณข้างศีรษะด้านขวา ปากกระบอกปืนหันเข้าหาศพลูกสาว ทั้งที่ยิงดั้งจมูกปืนน่าจะสะบัดไปตกบริเวณลำตัวหรือบริเวณอื่นมากกว่าข้างศีรษะ และลูกสไลด์ปืนกลับตกไปอยู่ทางขวาแทนที่จะสไลด์ตกไปทางด้านซ้ายตามวิถีกระสุนปืนและลักษณะของปืนที่ตกอยู่ข้างตัวนั้นมีลักษณะคล้ายถูกจัดวาง ทั้งที่ปืน 11มม. นั้น เวลาลั่นไกปืนออกไปจะสะบัดและปืนควรจะต้องกระเด็นออกไปไม่เป็นทิศทาง แต่จากที่เกิดเหตุปืนถูกพบในลักษณะดังกล่าว

 

 

 

 

ด้านสาเหตุการตายนั้น ทั้งสองกล่าวว่า หากลูกสาวน้อยใจสามีแล้วทำให้เกิดคิดสั้นฆ่าตัวตาย ก็น่าจะยิงตัวตายตั้งแต่ตอนกลางคืน  ไม่น่าที่จะมาคิดสั้นยิงตัวตายตอนเช้า ส่วนถ้าถามว่าสามีไม่กลับมาบ้านตอนเช้าหรือเปล่าถึงเป็นเหตุทำให้ลูกสาวฆ่าตัวตาย  ถ้ามองเป็นกลางตนก็คิดว่านเป็นไปได้ถ้าเหตุนี้เป็นการฆ่าตัวตายจริงๆ แต่ถ้าพูดโดยข้อเท็จจริงก็ยังไม่เชื่อว่า ลูกสาวจะตัดสินใจยิงตัวตายในห้องโถงทั้งที่มีลูกน้อยอยู่ข้างตัว

 

 

 

 

หลังจากที่บุตรสาวของตนถูกพบเป็นศพได้ 2 วัน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ส่งหนังสือแจ้งความคืบหน้าการสอบสวนมาถึงตน โดยใจความระบุว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บอาวุธปืน และคราบเขม่าดินปืนจากมือของลูกสาว นายกมล สินล้น สามีของลูกสาวและพ่อสามี พร้อมทั้งเก็บดีเอ็นเอและเสื้อผ้าของทุกคนที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไปตรวจที่พิสูจน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากข้อความในเอกสารดังกล่าวมีพิรุธและสร้างความเคลือบแคลงใจสงสัยว่า ทำไมไม่มีการส่งตรวจคราบเขม่าดินปืน ดีเอ็นเอและเสื้อผ้าของแม่สามีลูกสาวไปตรวจด้วย ทั้งๆ ที่แม่สามี ก็อาศัยร่วมอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุเช่นกัน จึงสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี แต่กลับได้รับคำตอบว่า "ต้องส่งด้วยหรือ" ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก รวมไปถึงหลักฐานอื่นๆ อีกหลายจุดด้วย

 

 

 

 

ส่วนหลักฐานจากโทรศัพท์ของน.ส.หทัยชนก ที่อาจจะทำให้พบข้อสงสัยเพิ่มเติม คุณศิริรัตน์กล่าวว่า ข้อมูลภายในโทรศัพท์ของลูกสาวถูกลบข้อมูลและตั้งค่าเป็นเริ่มต้นจากโรงงาน สร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะช่วงที่เกิดเหตุนั้นโทรศัพท์ของเจ้าตัวได้หายไป ก่อนจะได้คืนหลังจากนั้นประมาณ 10 วัน คือช่วงที่ตนได้ทำหนังสือขอส่งศพของลูกสาวไปชันสูตรที่จ.กรุงเทพ แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าข้อมูลทุกอย่างในเครื่องหายเกลี้ยงจนไม่เหลืออะไร อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริรัตน์ และนายสะอาด ยืนยันว่าลูกสาวของตนเองนั้นไม่ได้ฆ่าตัวตายเองอย่างแน่นอน และตอนนี้ก็มีผู้ต้องสงสัยที่คาดเดาเอาไว้แล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ รอเพียงการพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติมอีก เชื่อว่าสุดท้ายแล้วความจริงจะปรากฏขึ้นมาเอง


 

 

ก่อนหน้านั้น น.ส.ศิริรัตน์ กลิ่นทอง และนายสะอาด เมืองเล็ก มารดาและบิดาของ น.ส.หทัยชนกหรือลูกปลา รวมทั้งเพื่อนและชาวบ้านในพื้นที่กว่า 50 คน ได้รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอให้ช่วยรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ หลังพบพิรุธหลายประการ อีกทั้งยังขอให้มีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนด้วย โดยทั้งหมดได้ออกมารวมตัวกันถือป้ายเรียกร้องขอความเป็นธรรม และเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี หลังทางครอบครัวไม่เชื่อว่าบุตรสาวจะทำการฆ่าตัวตายเอง อีกทั้งยังร้องขอให้มีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวด้วย

 

 

 

 

โดยในเบื้องต้น พล.ต.ต. สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ได้รับหนังสือข้อร้องเรียนดังกล่าวไว้ พร้อมกับเปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบแล้ว และอยู่ในขั้นตอนรอผลพิสูจน์ รวมทั้งจะเปลี่ยนพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีตามคำร้องของครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย.

 

 

สามารถรับชมคลิปได้ที่นี่

 

 

 

 

 

​​​​​​​

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ thaich8, เฟซบุ๊ก เอกชัย อังกินันทน์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน