อีกแล้ว..สีกากีฉาว!!! แม่จูงลูกสาวร้องปคม.โดนแก๊งค้ามนุษย์บังคับค้ากาม แฉมีดาบตร.แม่ฮ่องสอนเป็นหัวโจกใหญ่ ขยายฐานะจนร่ำรวยแต่จนท.เมินจับลงโทษ

Publish 2017-01-10 15:52:11

 

 

เป็นคดีที่สังคมควรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อมารดาของเด็กหญิงรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความขอดำเนินคดีกับนายดาบตำรวจท่านหนึ่ง ในจ.แม่ฮ่องสอน เป็น 1 ในเบื้องหลังเครือข่ายบังคับเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ค้าประเวณี อีกทั้งเด็กสาวคนใดไม่ยินยอมจะถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายอีกด้วย ถึงแม้จะโพสต์ประจานทางสังคมออนไลน์แล้วก็ตาม แต่คดีกลับไม่สามารถดำเนินใดๆ ถึงตัวนายดาบตำรวจผู้บงการดังกล่าวได้ จึงได้ร้องเรียนผ่านทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเพื่อความเป็นธรรมแก่ครอบครัว



 

 

ล่าสุด นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำ น.ส.เอ (นามสมมติ)  ผู้เสียหายคดีค้ามนุษย์ พร้อมนางแจ๋ว (นามสมมติ) มารดาเข้าพบ พ.ต.อ.มานะ กลีบสตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอให้ดำเนินคดีกับนายดาบตำรวจท่านหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน ข้อหาค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายบังคับเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ค้าประเวณีให้นักธุรกิจ พ่อค้าประชาชนรวมถึงข้าราชการใน จ.แม่ฮ่องสอน

 

 

 

 

โดยน.ส.เอ (นามสมมติ) เหยื่อที่ถูกหลอก เล่าว่า ได้รู้จักกับกลุ่มรุ่นพี่ชื่อว่าเมย์และฟ้า พร้อมชักชวนตนให้ไปทำงานซึ่งเป็นในรูปแบบของการขายบริการ ซึ่งตนกล่าวปฏิเสธไปแล้วแต่ก็ถูกบังคับขืนใจให้ร่วมทำงานดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงปลายปี 57 ต่อเนื่องจนถึงปลายปี 59 โดยมี ดาบตำรวจ จ.แม่ฮ่องสอนอยู่เบื้องหลัง ส่วน น.ส.เมย์ นั้นตั้งตัวเป็นแม่เล้าและเป็นธุระจัดหาวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อจัดหาเด็กให้ลูกค้าและจะบังคับให้เหยื่อที่ถูกหลอกเสพสารเสพติดติด ขณะนั้นมีเหยื่อที่ร่วมค้าบริการประมาณ 10 ราย มีทั้งเต็มใจและถูกบังคับมา จากนั้น เมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ได้จับกุมแม่เล้า 2 คน ที่เป็นเครือข่ายของ ด.ต.นายนี้ ซึ่งตนและมารดา ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตำรวจภูธรภาค 5 ไม่ได้สืบสวนขยายผลต่อไปถึง ด.ต. ที่มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ จึงต้องการเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับตำรวจนายนี้


 

 

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. ให้เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียน และจะรับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่รับคดีไว้ดำเนินการแล้ว ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการไม่เสร็จสิ้น และเตรียมสอบสวนรายละเอียดกับผู้เสียหายต่อไป เมื่อได้ข้อเท็จจริงก็จะดำเนินการทางคดีอาญา ส่วนกรณีมีข้าราชการตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางผู้บังคับบัญชาต้องสอบสวนวินัยควบคู่ไปด้วย หากมีพยานหลักฐานบ่งชี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฏหมาย ทั้งนี้ ผู้เสียหายจะได้รับการคุ้มครองสิทธิตามระเบียบให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด

 

 

เพียงภาพประกอบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ

 

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ