หนึ่งเดียวจากยอดดอย!!! ครอบครัวม้ง เดินทางกว่า 700 กม. ร่วมยินดี "ลูกชายบัณฑิตป้ายแดง" ไม่เคยอายที่จะบอกใครว่าเป็นชาวม้ง!!! (ชมภาพ)

Publish 2016-12-19 22:55:44


เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีต่างแชร์ภาพครอบครัว พ่อแม่บัณทิตมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งสวมชุดชนเผ่าม้งมาถ่ายภาพร่วมยินดีกับลูกชายซึ่งเป็นบัณฑิตคณะศิลปศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่ฮือฮาแก่ผู้พบเห็น ถ่ายภาพมาแชร์ในโลกออนไลน์



สอบถาม นายเพลิน วิชัยวงศ์ นักประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทราบว่า บันฑิตคนดังกล่าวชื่อ นายแสน กุลนิธิรัตน์ อายุ 23 ปี บัณฑิตหนึ่งเดียวของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่เป็นชาวเผ่าม้งบ้านแม่กลองใหญ่ ต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก พ่อกับแม่เดินทางไกลกว่า 700 กม. ลงจากปลายดอย พร้อมสวมใส่ชุดชนเผ่าม้งถ่ายภาพร่วมยินดีกับลูกชาย เป็นบรรยากาศแห่งความสุขใจที่หาชมได้ยาก

ด้าน นายแสน กุลนิธิรัตน์ บัณฑิตป้ายแดงเผ่าม้ง กล่าวว่า ครอบครัวของตนเป็นครอบครัวเล็กๆ อาศัยอยู่บนดอย ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก มีอาชีพเกษตรกร ปลูกข้าว ข้าวโพด เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ พืชผักสวนครัว ยึดหลักตามแนวทางพระราชดำริหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการสำเร็จก้าวแรกของการศึกษา ภายหลังจากที่สำเร็จการศึกษา ตนได้ทำงานในฝัน คือ เป็นมัคคุเทศก์

เหตุผลที่เลือกเรียนการท่องเที่ยว นายแสน กุลนิธิรัตน์ บอกว่า ในสมัยเด็กตนเคยฝันเป็นมัคคุเทศก์ เพราะที่บ้านมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจจำนวนมาก ซึ่งการท่องเที่ยวคือหัวใจหลักของประเทศไทย ในอนาคต หลังจากจบมัธยมปลาย ตนจึงตัดสินใจเลือกเรียนการท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แม้จะไกลจากบ้านแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ระยะเวลาการศึกษา 4 ปี ต้องทำให้ได้เพื่อครอบครัวและอนาคต ซึ่งตนคิดเสมอว่า “ความสำเร็จ หรืออะไรก็ตาม จะยากหรือง่าย ถ้าเราต้องการมันจริงๆ สักวันมันต้องเป็นของเราแน่นอน” การมีจินตนาการของตนเอง หรือการสร้างจินตนาการให้ตัวเองเสมอๆ จะช่วยส่งผลทำให้เราประสบความสำเร็จได้และได้ดีกว่าคนอื่น “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” และ “ลงมือทำดีกว่าคิดที่จะทำ”


ประสบการณ์ชีวิตช่วงเป็นนักศึกษา นายแสน กุลนิธิรัตน์ บอกว่า ได้เรียนและทำกิจกรรมนักศึกษาควบคู่ไปด้วย ทั้งในระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัย อาทิ ชมรมวิชาการ ชมรมสานฝันสัมพันธ์สัญจร เป็นต้น นอกจากนี้ในปี 2556 ตนได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศเกาหลีใต้ ระยะเวลา 3 เดือน ที่มหาวิทยาลัยฟาร์อีส เกาหลีใต้ ในโครงการการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น Global Leadership Development Program (GLDP) ซึ่งก็เป็นหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ได้เรียนรู้ และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับชีวิต ทำให้สามารถสื่อสารได้มากกว่า 6 ภาษา ทั้ง ไทย อังกฤษ จีน เกาหลี ภาษาพื้นเมืองเผ่าม้ง ภาษาอีสาน เป็นต้น

นายแสน กุลนิธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า การแต่งชุดม้งนั้นเป็นการแสดงถึงตัวตนที่แท้จริง ว่าตนเป็นชนเผ่าม้ง รู้สึกภูมิใจในตัวเอง ได้เปิดเผยออกไปว่าเรานั้นคือชนเผ่าม้ง มาจากดอยไกล มาศึกษาเล่าเรียนอย่างตั้งใจ แสดงว่าไม่ได้ด้อยกว่าใคร และไม่อายที่จะบอกว่าเป็นชาวม้ง ที่มีความสามารถไม่แพ้ใคร แม้จะมาไกล แต่มุ่งมั่น ขยัน อดทน ทนอด “ไม่มีคำว่าแพ้สำหรับคนที่จะสำเร็จ”

 

 

 

เรียบเรียง : อติ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : ไทยรัฐ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม