คิดแต่มุมทำลาย..มั่วครบวงจร!!! วัฒนาดำน้ำอ้างธนาคารโลกตำหนิคสช.ทำเสี่ยงคนไม่เชื่อมั่นลงทุน แต่อ่านซะความจริง World Bank มองศก.ไทยอย่างไร??

คิดแต่มุมทำลาย..มั่วครบวงจร!!! "วัฒนา"ดำน้ำอ้างธนาคารโลกตำหนิคสช.ทำเสี่ยงคนไม่เชื่อมั่นลงทุน แต่อ่านซะความจริง World Bank มองศก.ไทยอย่างไร??

Publish 2016-12-12 11:45:50

ยังทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านนอกสภาตามแนวทางที่นายทักษิณ  ชินวัตร  เริ่มต้นไว้มาโดยตลอดต่อเนื่อง  ล่าสุด นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว  อ้างถึงตัวเลขกรมสรรพากรรายงานการจัดเก็บภาษีของเดือนตุลาคม 2559 ว่าจัดเก็บได้ 113,608 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ 2,784 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.45 ต่ำกว่าเดือนตุลาคม 2558 จำนวน 1,104 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.9

         

พร้อมเหน็บแนมว่ามาตรการสนับสนุนเงินแก่ผู้มีรายได้น้อยตามมติ ครม.จำนวน 5.4 ล้านรายๆ ละ 1,500 - 3,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็ถูกเลื่อนกำหนด แสดงให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพและขาดความเป็นมืออาชีพของรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่คนไทยทั้งประเทศก็รู้ว่ามีข้อมูลการลงทะเบียนที่มีปัญหาว่าอาจไม่ตรงข้อเท็จจริง  ทางภาครัฐจึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องไม่ใช่วิธีการประชานิยมที่ทำไปก่อนแล้วมาแก้ปัญหาในภายหลัง

 

ไม่เท่านั้นนายวัฒนายังวิพาษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลนี้ใช้เงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนสูงมาก จนธนาคารโลกต้องออกมาเตือนว่ามีความเสี่ยงสูง แต่เศรษฐกิจกลับแย่ลงเพราะประชาชนและนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในนโยบายและรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ 

 

ก่อนจะสรุปเอาเองว่า    “ประเทศไม่ใช่กองทัพประชาชนไม่ใช่พลทหาร อำนาจตามมาตรา 44 ไม่สามารถสร้างความมั่นใจทำให้เกิดการบริโภคหรือเกิดการลงทุนได้ อย่าดันทุรังจนประเทศไม่เหลืออะไรเลย” 




จากมุมของนายวัฒนาทีนี้เรามาดูความจริงอีกด้าน  เริ่มต้นกับ  ธนาคารโลก หรือ World Bank รายงานผลการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Doing Business 2017) ซึ่งเป็นการสำรวจความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประเทศสมาชิกของธนาคารโลกจำนวน 190 ประเทศ ปรากฏว่า ประเทศไทยขยับการจัดอันดับอยู่ที่ 46 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 49 ปรับดีขึ้น 3 อันดับ ซึ่งอยู่ใน 50 ประเทศแรกที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

 

ทั้งนี้ประเทศไทยยังได้รับอันดับที่ 3 ในแถบอาเซียน รองจากสิงคโปร์ อันดับ 2 ของโลก และมาเลเซีย อันดับ 23 ของโลก ส่วนลำดับที่ 4-10 ได้แก่ บรูไนดาลุสซาลาม อันดับ 72 เวียดนาม อันดับ 82 อินโดนีเซีย อันดับ 91 ฟิลิปปินส์ อันดับ 99 กัมพูชา อันดับ 131 ลาว อันดับ 139 และสองอันดับสุดท้าย คือ เมียนมา อันดับ 170 และติมอร์เลสเต อันดับ 1

 

โดยประเทศไทยได้รับคะแนนจากรายงาน Doing Business 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 72.53 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 71.65 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยรวมแล้ว ประเทศไทยสามารถลดช่องว่างในการดำเนินงานและช่วงห่างจากประเทศชั้นนำต่าง ๆ ได้ ซึ่งถือว่ามีคะแนนขยับเข้าใกล้กลุ่มประเทศที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจมากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD)

 

 

ขณะที่  นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยได้มุ่งมั่นดำเนินการเพื่อช่วยให้การประกอบธุรกิจมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยประเทศไทยสามารถปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ดียิ่งขึ้นได้ ด้วยการให้ความสำคัญกับการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ดีขึ้น นอกจากนี้การดำเนินการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การพัฒนาแรงงานให้มีทักษะผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ รวมถึงการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังจะช่วยให้คนไทยมีงานทำและเป็นงานที่ดีขึ้นด้วย

 

ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ดำเนินการปรับปรุงบรรยากาศทางธุรกิจด้วยการดำเนินการปฏิรูป 3 ด้าน ได้แก่ การช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยสะดวกขึ้นด้วยการสร้างระบบการบริการจ่ายเงินลงทะเบียนไว้ที่จุดเดียวกัน และยังลดระยะเวลาในการขอรับตราประทับของบริษัท

 

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านสินเชื่อโดยเริ่มให้ข้อมูลคะแนนสินเชื่อแก่ธนาคารและสถาบันการเงิน รวมถึงทำให้การแก้ไขปัญหาการล้มละลายรวดเร็วขึ้นด้วยการปรับโครงสร้างของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมใหม่ และการปรับปรุงกฏระเบียบที่เกี่ยวข้องกับชำระบัญชีของบริษัทให้มีความคล่องตัวมากขึ้น


ทางด้าน   ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (World Bank) ประจำประเทศไทย   เปิดเผยว่า ปีนี้เวิลด์แบงก์ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.1% ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ 2.5% ต่อจีดีพี เนื่องจากไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากมาตรการด้านการคลัง ผ่านการสนับสนุนการลงทุนภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามามากกว่าปีก่อน

 

 

ทั้งนี้อัตราการขยายตัวที่เวิลด์แบงก์คาดการณ์อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ได้ประมาณการไว้ และปี 2560 เวิลด์แบงก์คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.1% ต่อปี และปีถัดไป 2561 ขยายตัวได้ 3.3% ต่อปี อย่างไรก็ดี ภาครัฐเร่งปฏิรูปและให้เอกชนที่การลงทุนมากขึ้นอัตราการขยายตัวอาจสูงกว่า 3.5% หรืออาจสูงถึง 4-5%

 

“นับว่าเป็นข่าวดีข่าวหนึ่งที่รัฐบาลได้พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยให้ขับเคลื่อนเดินหน้าตลอดเวลา เพราะทางธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ได้ปรับอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจ 2017 ของประเทศไทย โดยปรับอันดับขึ้น 3 อันดับ จาก 49 เป็นอันดับที่ 46 จาก 190 ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตามปีหน้าก็ขอให้ติด 1 ใน 30 ตามที่ตั้งใจไว้ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวไกลมากยิ่งขึ้น”

 

เรียบเรียงข่าว   :  ชัชรินทร์  สำนักข่าวทีนิวส์

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายชัชรินทร์ สุรพัฒน์