คดีสุดพิลึก!!! ผัวฐานะยากจน รับจ้างติดคุกแทนนายทุน! แลกกับเงิน 2 แสนบาท แต่เมียทนไม่ไหว! ร้องกระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือด่วน

คดีสุดพิลึก!!! ผัวฐานะยากจน รับจ้างติดคุกแทนนายทุน! แลกกับเงิน 2 แสนบาท แต่เมียทนไม่ไหว! ร้องกระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือด่วน

Publish 2016-12-08 14:00:54

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมนางวิกุล โพธิ์ไชย อายุ 42 ปี ชาว จ.มุกดาหาร ยื่นหนังสือถึงนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนสอบสวนขบวนการตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อน และช่วยเหลือผู้ถูกหลอกให้ติดคุก กรณีที่ได้รับการร้องขอจากนางวิกุลว่า สามีคือนายชวนณรงค์ คำปาน ถูกดาบตำรวจรายหนึ่งจ้างให้ติดคุกแทนนายทุน คดีตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อน โดยให้แสดงตัวเป็นเจ้าของไม้แปรรูปอ้างว่ารับโทษเพียงเล็กน้อย แลกกับค่าจ้างเป็นเงิน 200,000 บาท และโอนเงินให้ล่วงหน้า 100,000 บาท
          โดยสามีของนางวิกุลเห็นว่าติดคุกไม่นานแลกกับเงิน 200,000 บาท จึงยอมตกลง ต่อมาตำรวจสภ.เมืองมุกดาหาร จับกุมดำเนินคดีแล้วให้การรับสารภาพ ศาลสั่งจำคุก 4 ปี 3 เดือน ขณะนี้จำคุกมานาน 5 เดือนแล้ว ทั้งนี้นางวิกุลเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นธรรม อีกทั้งสามีน่าจะถูกหลอกให้หลงเชื่อเพราะที่บ้านมีฐานะยากจน อย่างไรก็ตามเพิ่งทราบในภายหลังว่าโรงงานดังกล่าวเคยถูกจับกุมเป็นข่าวใหญ่ไปก่อนหน้านี้ด้วย

 

 

 




นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า  จากการพูดคุยกับนางวิกุลระบุว่าต้องการเข้าขอความเป็นธรรมเพื่อช่วยเหลือสามี และพร้อมจะรับโทษจากการเข้าแจ้งความเท็จ และเบิกความเท็จและละเมิดอำนาจศาล ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ เคยยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือไปแล้วหลายหน่วยงานแต่ไม่มีความคืบหน้า จึงตัดสินใจร้องมายังเครือข่ายฯและเข้าขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นผู้ติดต่อว่าจ้างให้สามีนางวิกุลไปติดคุกแทน โดยจะขอให้ช่วยเหลือการประกันตัวเพื่อออกมาต่อสู้คดี
          ด้านรองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เบื้องต้นหากเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ร้องก็ถือว่าผู้ร้องมีความผิด และต้องรับโทษในสิ่งที่ได้กระทำลงไป หลังจากนี้จะประสานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)รับไปพิจารณาดำเนินการ และจะดูแลเรื่องการจัดหาทนายความ ที่ผ่านมาอาจมีการพูดถึงเรื่องรับจ้างติดคุกแทนกัน แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน กรณีนี้ถือเป็นกรณีแรกที่ออกมาเปิดเผยเองว่ามีการรับจ้างติดคุกจริง จำเป็นต้องมีการไปตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดเพื่อนำผู้กระทำผิดตัวจริงมาลงโทษ และดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง

 

 


อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการยุติธรรมที่จำเป็นต้องมีการปฏิรูปให้ดีขึ้น กรณีนี้เป็นเพราะผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ขณะที่ศาลเมื่อรับสารภาพก็ไม่มีการไต่สวนเพิ่ม โดยกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่เริ่มต้นถือเป็นจุดสำคัญที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหา โดยเฉพาะการสืบสวนหาพยานหลักฐานของผู้กระทำผิดในกรณีนี้หากตรวจสอบก็จะพบว่าผู้ต้องหาเป็นเพียงผู้มีฐานะยากจนคงไม่มีศักยภาพในการครอบครองไม้หวงห้ามราคาแพงจำนวนมากได้

 

 

 

 

ขอขอบคุณภาพและเนื้อหา http://www.dailynews.co.th

 

บุญชัย ธนะไพรินทร์ เรียบเรียง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์