“เจ้าฟ้าแห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเดินตามรอยพระราชบิดา” บัณฑิตพิการแสนปีติ “พระเทพฯ”ไม่ถือพระองค์ พระราชทานปริญญา แสนซาบซึ้ง กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ???

“เจ้าฟ้าแห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเดินตามรอยพระราชบิดา” บัณฑิตพิการแสนปีติ “พระเทพฯ”ไม่ถือพระองค์ พระราชทานปริญญา แสนซาบซึ้ง กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ???

Publish 2016-11-25 14:29:26

ในช่วงที่ประชาชนยังไม่คลายเศร้า อยากให้หลายคนได้สัมผัสเรื่องราวแสนประทับใจของเจ้าฟ้าแห่งแผ่นดินอีกพระองค์ ผู้ทรงเดินตามรอยพระราชบิดามาโดยตลอด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ที่คนไทยล้วนเคยพบเห็นและสัมผัสถึงความน่ารักของพระองค์ท่านที่ไม่ทรงถือพระองค์ในหลากหลายแง่มุม เราอาจเคยได้ยินความเมตตาของในหลวงเมื่อครั้งทรงพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมาหลายครั้งหลายครา ความเมตตาของสมเด็จพระเทพผู้เป็นพระราชธิดาก็แสนซาบซึ้งไม่แพ้กัน...

       บัณฑิตพิการรามคำแหง ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพฯ ให้นั่งรถเข็นเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ด้านล่างที่ประทับ มีรับสั่งถามทุกข์สุขอย่างไม่ถือพระองค์ สร้างความปลื้มปีติถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่...เมื่อวันที่ 2-6 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง รุ่นที่ 40 ประจำปี 2556-2557 จำนวน 32,626 คน โดยบัณฑิตพิเศษทุกคนได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้นั่งรถเข็นเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ณ ด้านล่างที่ประทับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บัณฑิตพิเศษบัณฑิตนั่งวีลแชร์โดยไม่ต้องยืนขึ้นรับปริญญาบัตร

       ด้านนางสาวสาวิณี พิมพ์หนู บัณฑิตผู้พิการทางสายตา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท โครงการศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารพัฒนาการ คณะมนุษยศาสตร์ เผยนาทีปลื้มปีติที่สุดในชีวิตว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจจนบอกไม่ถูกที่พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อบัณฑิตพิเศษและทรงห่วงใยถามทุกข์สุขถึงอาการที่ตนเจ็บป่วยอย่างใกล้ชิด วินาทีนั้นตื่นเต้นทำให้ไม่กล้าที่จะตอบคำถามใดๆ เพราะกลัวว่าจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ได้แต่ยิ้มตอบรับกับพระองค์ เชื่อว่าการที่พระองค์ทรงมีพระเมตตากับบัณฑิตพิเศษเช่นนี้ นอกจากจะสร้างความปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ตนเองแล้ว ยังความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวและมหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย บัณฑิตสาวิณี เล่าว่า เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม หลังจากที่เรียนจบชั้นปริญญาตรี เมื่ออายุ 23 ปี ซึ่งตนเองมีปัญหาเรื่องสายตามาตั้งแต่ 2 ขวบ และโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะทางสังคม และคอยเป็นกำลังใจโดยเฉพาะคุณพ่อนายสมพงษ์ พิมพ์หนู พี่น้อง และเพื่อนที่สนิทคอยดูแล ดิฉันจะพยายามช่วยเหลือตนเองก่อน ใช้ชีวิตให้ปกติเหมือนเพื่อนคนอื่น เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับคนรอบข้าง




       เช่นเดียวกับ นางสาวปรารถนา นคราวัฒน์ บัณฑิตผู้พิการทางสายตา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เป็นบัณฑิตอีกคนซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดใจถึงความรู้สึกในวันนั้นว่า เป็นความปลื้มปีติอย่างที่สุดในชีวิตที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ทำให้เห็นถึงความห่วงใยของพระองค์ท่านที่มีต่อบัณฑิตพิเศษ นาทีนั้นยอมรับว่าตื่นเต้นมากและด้วยตาที่มองเห็นไม่ชัด ทำให้ยื่นมือไปรับปริญญาบัตรไม่ตรง แต่พระองค์ทรงมีเมตตาพระราชทานปริญญาบัตรให้จนสามารถถือได้ถนัดมือ นำความปลื้มปีติในชีวิตและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ตนเอง ปัจจุบัน นางสาวปรารถนา ทำงานเป็นไกด์นำชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง Dialogue in the Dark ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) โดยเธอเล่าว่าพิการตาบอดเลือนลาง ตั้งแต่อายุ 17 ปี สืบมาจากโรคต้อหินทำให้มีความดันในลูกตาสูงเกินไป จากที่มองเห็นชัดเจน ภาพก็ค่อยๆ เลือนลาง ยังไม่บอดสนิท แต่มุมมองแคบลงและเหมือนอยู่ในม่านหมอก เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มมองไม่เห็นจึงต้องลาออกจากการเรียน ปวช. หันมาเริ่มเรียนอักษรเบรลล์ ด้วยการฝึกอ่าน ฝึกเขียนด้วยตนเองที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ และไปเรียนต่อที่ศูนย์การศึกษานอกระบบ (กศน.) จนได้วุฒิ ม.ปลาย เธอจึงตัดสินใจมาสมัครเรียนคณะมนุษยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยความตั้งใจที่จะต้องมีวิชาความรู้ให้มากที่สุด เธอเข้าเรียนตั้งแต่ปี 2543 แต่ระหว่างเรียนต้องเข้ารับการรักษาตัว ผ่าตัดตา และใช้เวลาฟื้นสุขภาพตา จึงต้องใช้เวลาเรียนนานกว่าคนอื่น เมื่อสำเร็จการศึกษาเธอจบด้วยเกรดเฉลี่ย 2.32 เมื่อปี 2556

       นางสาวปรารถนา กล่าวด้วยว่า ช่วงที่เรียนหนังสือเคยท้อในชีวิต แต่จำคำของแม่เอาไว้ และคิดว่ามีหลายคนที่เขามองไม่เห็นมาตั้งแต่เกิดพวกเขายังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ เราก็ต้องสู้และอยู่ให้ได้เหมือนคนปกติ เมื่อสามารถก้าวข้ามผ่านความท้อแท้และพยายามฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาได้ จนถึงวันที่เรียนจบ ดิฉันรู้สึกดีใจและปลื้มใจที่ในชีวิตมีโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีอย่างใกล้ชิด และเป็นความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อบัณฑิตทุกคนโดยเฉพาะบัณฑิตพิการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง


       ด้านเอกชัย บัณฑิตหนุ่มพิการผู้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอีกคน ในวันรับปริญญาเล่าว่า ต้องตัดเสื้อครุยไซต์พิเศษเพื่อสวมในวันแห่งความภาคภูมิใจ ก่อนวันงานนอนไม่หลับเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่คาดคิดขึ้น แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด เมื่อท่านถามจะตอบอย่างไร เพราะราชาศัพท์เราก็พูดไม่ค่อยเป็น  ในวันรับจริง 25 เม.ย.2555 เราเป็นคนสุดท้ายของการรับปริญญากับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อรับเสร็จ ท่านมองแล้วยิ้มกลับมา เราขาสั่น ท่านถามว่าเขียนอย่างไร ผมบอกว่า ใช้เท้าครับ ท่านก็ชื่นชมว่าเป็นตัวอย่างและเป็นกำลังใจให้กับคนหลายคน ตอนนั้นเราหูอื้อ ท่านถามอีกว่าพ่อชื่ออะไร เราก็มัวแต่อึ้ง ตอบไม่ได้ แต่ท่านก็ยิ้ม หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ ท่านก็ทรงขอข้อมูลของตนไว้       

       เอกชัยกลับมาเยี่ยมบ้าน พร้อมกับใบปริญญามาฝากครอบครัว โดยตนเป็นคนเดียว และคนแรกในครอบครัวที่ได้รับใบปริญญาบัตร

เห็นได้ชัดว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเดินตามรอยพ่อหลวงผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชาวไทยโดยแท้ ทรงพระราชทานความรักและเมตตาต่อพสกนิกรไทยอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะทุพลภาพหรือยากดีมีจนเช่นไร พระจริยวัตรส่วนพระองค์ล้วนงดงาม เป็นที่ประทับใจพสกนิกรชาวไทยเสมอมา...

                ขอพระองค์ทรงพระเจริญยั่งยืนนาน

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล :

http://news.mthai.com/hot-news/165802.html

http://www.thairath.co.th/content/486479

http://pantip.com/topic/30228251



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว