คิดถึง..."ไกลกังวล" บ้านของพ่อ พาชมวังที่ในหลวง ร.๙ เสด็จฯ แปรพระราชฐานบ่อยที่สุดและทรงโปรดมากที่สุด

Publish 2016-11-13 11:26:16

วังไกลกังวล บ้านของพ่อ ตั้งอยู่ภายในพระราชฐานวังไกลกังวล โดยภายในมีพระตำหนัก 4 หลัง คือ เปี่ยมสุข, ปลุกเกษม, เอิบเปรม และเอมปรีดิ์

ลักษณะองค์พระตำหนัก เป็นอาคารคอนกรีตสูงสองชั้น หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเคลือบสีน้ำตาลเข้ม ส่วนฐานผนังประดับด้วยหินก้อนใหญ่สีน้ำตาล คล้ายบ้านพักตากอากาศในยุโรป เป็นบ้านที่มุ่งเน้นให้เห็นธรรมชาติ คล้ายปราสาท หรือบ้านในชนบทของฝรั่งยุคนั้น



ด้านข้าง พระตำหนักเปี่ยมสุข มีอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งคือ ศาลาเริง เป็นศาลาโล่งสูงสองชั้น สำหรับทรงกีฬา และเป็นสถานที่พระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่าง ๆ มี พระตำหนักน้อย อยู่ทางทิศใต้ของพระตำหนักเปี่ยมสุข

ส่วนพระตำหนักน้อย เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ สมเด็จกรมพระสวัสดิ์ฯ และพระองค์เจ้าหญิงอาภาพรรณี พระบิดาและพระมารดาของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี โปรดเสด็จฯ ประทับพักผ่อน เมื่อตามเสด็จไปยังหัวหิน และเคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี


พระตำหนักปลุกเกษม เป็นตำหนักโปร่ง ๆ แบบไทยปนสมัยใหม่ มีห้องนอนหลายห้องด้านหลัง ตั้งโต๊ะและเก้าอี้หมู่ ใกล้ ๆ กันมีห้องน้ำ ด้านล่างมีห้องอีกหลายห้อง สำหรับหม่อมเจ้าหญิงซึ่งใกล้ชิดในราชสำนัก โดยเสด็จพระราชดำเนินไปตากอากาศด้วย และตำหนักหลังนี้ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีดิ์ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งพระตำหนักมีลักษณะชั้นเดียวคู่ฝาแฝด การก่อสร้าง และการวางห้องเครื่องใช้ คล้ายคลึงกัน ตำหนักฝาแฝดนี้เตี้ยเกือบติดพื้นดิน สร้างเป็นแบบบังกะโล สำหรับตากอากาศชายทะเลอย่างแท้จริง

ศาลาเริง เป็นศาลาอเนกประสงค์สำหรับเลี้ยงพระ พระราชทานเลี้ยง ทรงกีฬา ทรงดนตรีทั้งไทยเดิมและเทศ จัดฉายภาพยนตร์ที่ทรงถ่าย รวมไปถึงภาพยนตร์ต่างประเทศ การ์ตูนสำหรับเด็กในพระราชอุปการะ พร้อมจัดงานรื่นเริง และการแสดงต่าง ๆ

ศาลาราชประชาสมาคม เดิมเรียกว่าอาคารอเนกประสงค์ ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ใต้ถุนโล่ง ชั้นล่างใช้เป็นลานจัดกิจกรรม ชั้นบนเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ สำหรับให้ข้าราชการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยไม่ต้องเสด็จฯ กลับกรุงเทพมหานคร เช่น พิธีพระราชทานกระบี่ของนักเรียนนายร้อย ในปี พ.ศ.2556 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามว่า “ศาลาราชประชาสมาคม” ซึ่งหมายถึง พระมหากษัตริย์ และประชาชน เกื้อกูลระหว่างกัน เพื่อใช้ในการเสด็จออกมหาสมาคม


เรียบเรียง : อติ บุญเสริม

ขอบคุณข้อมูล : dailynews



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม