คนละเรื่อง !!! มองมาตรการสังคมผ่านแว่นนักสันติวิธี ไม่ควรทำกับคนหมิ่นสถาบัน คำพูดรัฐมนตรีอันตราย อ้างไม่ใช่แนวทางรัฐที่ควรเป็น

Publish 2016-10-21 16:10:24

จากกรณีที่มีภาพปรากฏถึงการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายหมิ่นสถาบันกับชาวบ้านในระแวกแวดล้อม ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศกำลังอยู่ในความทุกข์โศก ทำให้เกิดเป็นกระแสการแชร์ภาพและคลิป ที่อ้างกันว่าเป็นการ "ล่าแม่มด"

ศ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นักวิชาการด้านสันติวิธี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงเมื่อมีผู้ที่แสดงพฤติกรรมเป็นอย่างอื่น (ไม่ใช่เห็นเป็นอย่างอื่น) ไม่ว่าด้วยสภาพทางจิตหรืออะไรก็แล้วแต่ ได้ทำให้คนจำนวนหนึ่งเกิดความโกรธและมีปฏิกิริยาตามที่เห็นเป็นข่าว บางกรณีเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยทันที เช่น เห็นคนไม่แต่งกายไว้ทุกข์ก็โกรธ



ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุกครั้งไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดในโลก เมื่อเปลี่ยนแปลงจะมีสิ่งที่เรียกว่า "ความกระวนกระวาย" สูง แต่ความกระวนกระวายอันเป็นผลมาจากการสูญสิ้นศูนย์กลางของสังคมไปครั้งนี้มีมหาศาล ยิ่งในท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายอย่าง เช่น สถานการณ์โลกหรือสังคมไทยเอง อาจส่งให้เกิดความรู้สึกที่เข้มข้นรุนแรงได้หลายแบบ ทั้งโกรธเกรี้ยว เศร้าซึม หรือกระทั่งนำไปสู่พฤติกรรมที่นำไปสู่ความเกลียดชัง การเดินหน้าต่อไปในการอยู่ร่วมกัน เพื่อยุติความเกลียดชัง คือการเคารพความรู้สึกของคนอื่น ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด  " การปฏิบัติตัวในสถานการณ์ที่อารมณ์ของความกระวนกระวายสามารถกลายเป็นอะไรได้เยอะแยะขณะนี้ ควรพยายามให้ความสำคัญกับความสามารถของเราเองที่จะเคารพอารมณ์ของคนอื่น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกับเรา " ศ.ชัยวัฒน์ กล่าว 


ศ.ชัยวัฒน์ ยังบอกอีกว่า หากเรารักพระเจ้าอยู่หัว แล้วพระเจ้าอยู่หัวไม่อยู่แล้ว เวลาที่เราจะทำอะไร การกระทำของเรามีส่วนสร้างบุญกุศลถวายพระองค์ท่านมากน้อยแค่ไหน การกระทำสร้างบุญกุศลคงไม่ได้เป็นในทางกล่าวร้ายเกลียดชัง รังแกผู้คน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ การกระทำเหล่านั้นในที่สุดแล้วไม่นำไปสู่การสร้างบุญกุศล สิ่งนี้เป็นหนึ่งในทศพิธราชธรรม คือการปราศจากวิหิงสาทั้งมวล การเบียดเบียนต่างๆ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ใช้ "มาตรการทางสังคม" ต่อผู้มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบันเบื้องสูง  ศ.ชัยวัฒน์ ชี้ว่า การกล่าวเช่นนี้เป็นอันตรายที่ควรระวัง เพราะการปล่อยให้คนหมู่มากจัดการไม่ใช่แนวทางที่รัฐจะรักษาความมั่นคงในห้วงเวลานี้ รัฐต้องมีหน้าที่ดูแลไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงระหว่างประชาชน



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

eakapun