ถึงกับผงะ!! หนุ่มใหญ่อุดรฯ หายตัวไป 1 เดือน จู่ๆหมาที่เลี้ยงเดินวนรอบ โอ่งแดง สุดท้ายพบศพตรงที่คิดไว้จริงๆ??

ถึงกับผงะ!! หนุ่มใหญ่อุดรฯ หายตัวไป 1 เดือน จู่ๆหมาที่เลี้ยงเดินวนรอบ "โอ่งแดง" สุดท้ายพบศพตรงที่คิดไว้จริงๆ??

Publish 2016-10-10 22:55:14

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม ร.ต.อ.ชินาธิป บัวเข็ม รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีชาวบ้านพบศพชายเสียชีวิตในโอ่งแดง ภายในบ้านเลขที่ 644 ม.6 บ้านนาดอน ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนออกไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณ 2 งานเศษ พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอภิชาติ ชนาโชติ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 1724/13 ถ.ประชาราษฎร์ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร สภาพศพเน่าเปื่อย นอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำและกางเกงขายาวสีดำ อยู่ภายในโอ่งแดงขนาดใหญ่ ซึ่งมีน้ำเกือบเต็มตั้งอยู่ติดกำแพงรั้วหน้าบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล ตรวจสอบปากโอ่งแดงพบถุงปุ๋ย จำนวน 2 ถุง และที่ข้างโอ่งแดง มีรองเท้าแตะสีดำ 1 คู่ วางอยู่ใกล้กับเก้าอี้ไม้ และห่างออกไปราว 10 เมตร พบกรรไกร 1 เล่ม วางอยู่ที่พื้น และที่กระถางต้นไม้ ที่อยู่ใกล้กับโอ่งแดงล้มลงจำนวนหลายต้น




โดยที่โรงจอดรถ มีรถยนต์ปิกอัพ สี่ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ เลขทะเบียน กน-6138 อุดรธานี และกางเกงผู้ตายตากไว้บนราวผ้าหน้ารถที่จอดอยู่ ตรวจสอบภายในบ้าน พบกระเป๋าเงินสีดำ อยู่ในห้องนอนข้างใน มีบัตรประชาชนของผู้ตาย เงินสดจำนวน 881 บาท บิลค่าไฟและค่าน้ำ ระบุมาส่ง วันที่ 9 กันยายน 59 และกุญแจรถวางอยู่บนโต๊ะภายในห้องนอน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำร่างผู้ตายขึ้นมาจากโอ่งแดง ไว้ที่พื้นด้านล่าง แต่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของผู้ตายถูกเก็บแพ็กใส่ถุงและกล่องพลาสติกไว้ เหมือนกับคนย้ายบ้าน หรือย้ายเข้า

สอบสวน นางบุญยิ่ง วงษาบุตร อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 101 หมู่ 16 บ้านนาดอน ต.หนองนาคำ อาชีพเก็บของเก่าขาย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและเป็นผู้พบศพคนแรก ก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้การว่า ผู้ตายได้มาอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ประมาณ 5 ปี ไม่ทราบว่าทำงานอะไร และมีครอบครัวหรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้ราว 1 เดือนเศษ ผู้ตายให้ตนมาทำความสะอาดที่บริเวณหน้าบ้าน เก็บของเก่าที่ไม่ใช้ไปขาย และผู้ตายชอบเก็บตัวอยู่ในบ้านตลอด โดย 2-3 วัน ถึงจะออกไปซื้อของใช้และอาหาร หลังจากนั้นไม่เห็นผู้ตายขับรถออกไปข้างนอกจนผิดสังเกต อีกทั้งมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากบ้านผู้ตายหลายสัปดาห์ ในตอนแรกคิดว่าสัตว์ตายหรือน้ำเสียขังภายในโอ่งทำให้มีกลิ่นเหม็นเน่า

กระทั่งเช้าวันนี้ตนได้ส่องดูบริเวณหน้าบ้านผู้ตาย เห็นประตูรั้วล็อกกุญแจไว้ แต่รถของผู้ตายยังจอดอยู่ที่เดิมและสุนัขของผู้ตายที่เลี้ยงไว้มีสภาพผอมโซ เหมือนไม่ได้กินข้าวมานานหลายวัน และเดินวนเวียนอยู่บริเวณโอ่งไม่ยอมห่าง จึงให้ลูกชายวัย 12 ขวบ ปีนเข้าหน้าต่างโรงรถที่อยู่ติดรั้วหน้าบ้านผู้ตาย เพื่อเข้าไปดูภายในบ้านพร้อมกับร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ จึงให้ลูกชายปีนดูภายในโอ่ง เนื่องจากพบเก้าอี้ และอุปกรณ์ทำความสะอาด และรองเท้าแตะของผู้ตายวางอยู่ข้างเก้าอี้ไม้ พบว่าเจ้าของบ้านกลายเป็นศพเน่าภายในโอ่งแดง จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น ยังไม่พบปมการถูกฆาตกรรม เนื่องจากทรัพย์สินของผู้ตายยังอยู่ จะครบหรือไม่ต้องรอสอบสวนญาติผู้เสียชีวิต เนื่องจากผู้ตายอาศัยอยู่บ้านคนเดียวกับสุนัข 2 ตัว ตรวจสอบรอบบริเวณบ้านและศพ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย เสียชีวิตมาประมาณ 1 เดือน สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะลงไปทำความสะอาดโอ่งแดง เพื่อเก็บน้ำไว้รดน้ำต้นไม้ ที่ผู้ตายจะเตรียมไว้เพาะปลูกในเรือนเพาะชำภายในโรงรถ โดยใช้เก้าอี้ไม้ปีนขึ้นไปบนโอ่งแดง


"เป็นไปได้ที่ขณะนั้นอาจเกิดหน้ามืดหรือวูบ และตกลงไปในโอ่งขณะหมดสติ ทำให้จมน้ำเสียชีวิต โดยไม่มีคนพบเห็น ก่อนที่เพื่อนบ้านจะได้กลิ่นเหม็น จึงใช้ลูกชายปีนหน้าต่างโรงเรือนเพาะชำเข้าไปดูพบว่าเสียชีวิตอยู่ในโอ่งแดงแล้ว ก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ อย่างไรก็ตามตำรวจจะได้ติดต่อญาติมาสอบสวนถึงสาเหตุ เช่นผู้ตายมีโรคประจำตัวหรือไม่ และประเด็นอื่นๆ ที่เชื่อมโยงทำให้ผู้ตายจบชีวิตภายในโอ่ง และจะได้ไขปริศนากัน และนำศพไปเก็บไว้ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อตรวจสอบศพให้ละเอียดอีกครั้ง" พ.ต.อ.ชวิศ กล่าว

 

ขอบคุณภาพ/ข่าว : ไทยรัฐ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม