อยู่เฉยๆ มานาน!! ทนายสงกานต์ออกโรงเฉ่งคกก.สอบครูปาแก้วใส่ น้องทราย อ้างบันดาลโทสะฟังไม่ขึ้น ชี้มีเจตนาใช้เป็นเหตุลดโทษคคี??

อยู่เฉยๆ มานาน!! ทนายสงกานต์ออกโรงเฉ่งคกก.สอบครูปาแก้วใส่ "น้องทราย" อ้างบันดาลโทสะฟังไม่ขึ้น ชี้มีเจตนาใช้เป็นเหตุลดโทษคคี??

Publish 2016-09-18 16:18:10

    

 

     จากกรณีครูปาแก้วใส่นร.หญิง วัย 17 ปี นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดังได้ออกมาแสดงความคิดเห็นของตนผ่านเฟซบุ๊ค ถึงเหตุบันดาลโทสะขว้างแก้วใส่นักเรียน แนวทางการต่อสู้คดีหรือหวังผลในทางคดีของฝ่ายครูจะออกมาในแนวรูปแบบใด
 

     โดยระบุข้อความว่า...

 

     "ขอดเกล็ดครู"อ้างเหตุบันดาลโทสะขว้างแก้วใส่นร.หญิงวัย17 ปี ท่านว่าฟังขึ้นหรือไม่!!!!
(ตอน 2).
.. แค่"อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่"แล้วว่าแนวทางการต่อสู้คดีหรือหวังผลในทางคดีของครูผู้ลงมือกระทำ(เฉพาะรายเขวี้ยงแก้วนี้เท่านั้น)ของครูที่ตกเป็น ผู้ถูกกล่าวหาหรือต้องหาหรือจำเลยนี่นั้นจะออกมาในแนวรูปแบบใด?!!!!
..พอมาได้ยินได้ฟังจากหนึ่งในคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แล้วต้องบอกว่า อึ้ง ทึ่ง และ เป็นการพูดที่ขาดความรับผิดชอบและสำนึกดีในตำแหน่งหน้าที่ของตนใช่หรือไม่!!!
..มาอ้างเหตุ"บันดาลโทสะ"ที่ครูผู้นี้ได้ลงมือกระทำต่อเด็กนักเรียนหญิงวัย 17ปีเท่านั้น!!!!
..ท่านๆที่เป็นกรรมการสอบและผู้ลงมือกระทำนั้นกระผมขอถามว่าท่านไม่รู้สึกอะไรแก่ใจบ้างเลยหรือ?ท่านมีลูกมีหลานของท่านหรือไม่?!!
.. การที่พวกท่านจะอ้างเหตุ"บันดาลโทสะ"ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 72 มาใช้อ้าง เพื่อต่อสู้กับคดีนักเรียนหญิงวัย 17 ปีนั้น "ท่าน คิดว่าฟังขึ้นในชั้นพิจารณาและพิพากษาหรือ" หรือ? หากนำมาใช้ในการต่อสู้คดีนี้!!!
..ถามว่า.."เด็กนักเรียนหญิงวัย 17 ปี ไปข่มเหงอะไร?อย่างร้ายแรงกับครูรายนี้หรือ? ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม!!!จึงได้ลงมือกระทำต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น!!! ด้วยการขว้างหรือเขวี้ยง หรือปาฯแก้วใส่นักเรียนหญิงผู้นี้หรือ???
.. คือเจตนาของผู้อ้าง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา72 นี้ก็เพื่อให้ศาลพิจารณาจะลงโทษครูผู้นี้ น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น เพียงใดก็ได้ใช่หรือไม่?!!
..ตัวบท" ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 72 " ผู้ใดบันดาลโทสะ โดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่า ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ "
.. ตัวบท "ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายได้รับอันตรายสาหัสต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึง 10 ปี
อันตรายสาหัสนั้น คือ
(4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
(8) ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกข เวทนาเกินกว่า20วันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน
.. กระผมเชื่อว่าเหตุที่ชาวโซเชียลทั้งหลายเขารับไม่ได้กันในพฤติการณ์และพฤติกรรมที่ท่านๆ ผู้ซึ่งเป็นผู้ลงมือกระทำต่อเด็กหรือเยาวชนหรือแม้ผลของกรรมการสอบบอกว่าผิดไม่ร้ายแรง ที่ครูรายนี้ได้กระทำต่อเด็กนักเรียนหญิงวัย 17 ปีนั้นท่านรู้สึกรู้สาอะไรกันบ้างหรือไม่!!!
.เสมือนผู้ใหญ่รุมรังแกเด็กซึ่งเป็นเยาวชนใช่หรือไม่ในความรู้สึกของวิญญูชนทั่วไป!!!!
.. คดีนี้เป็นคดีเด็กและเยาวชนจะต้องมีการสอบปากคำผู้เสียหายแบบสหวิชาชีพ ประกอบไปด้วย มี พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา พ่อแม่ หรือผู้ซึ่งเด็กไว้วางใจ เข้าร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย รวมทั้งพยานปากอื่นๆ!!!!




ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน