ทำไมยังไม่ไล่ออก!! จี้สอบ "ครูพละหื่น" เลวขั้นสุด..ข่มขืนเด็ก นร.32 ราย โดนแค่โทษลดขั้น สั่งย้าย สุดท้ายกลับมาสอนเหมือนเดิม!!

Publish 2018-07-22 15:35:19



 

             กรณีครูพละ โรงเรียนย่านคลองเตย ข่มขืนนักเรียนกว่า 32 ราย ที่เป็นข่าวฉาวเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และ องค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ พาน.ส.ปุ้ม (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านคลองเตย พร้อมมารดา นำผลตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อแจ้งความดำเนิน

 

 

 



 

            ทั้งนี้ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Namfar Takonkit ครูภาษาไทยและนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

 

 

           ครูหื่นอนาจารเด็กมากถึง ๓๒ คน ถูกตั้งกรรมการสอบตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ แต่ก็ถูกลงโทษคือแป๊กขั้น ๒ ครั้ง สั่งย้าย ไม่นานก็ได้กลับมาสอนตามเดิม เล่าก่อน ครูคนเนี้ยสอนอยู่ในโรงเรียนสังกัดกทม. (สังกัดเดิมของอิฉันเอง) แถวๆคลองเตย เด็กโรงเรียนกทม.ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนประถม – ขยายโอกาส อีตาครูสอนพละ น้องคนต้นเรื่องเนี่ยเขาพักอยู่ในโรงเรียน วันที่เกิดเรื่องน้องถูกครูเรียกให้ไปทำความสะอาดห้องเรียน พอน้องไปครูก็ล็อกห้องแล้วพยายามปลุกปล้ำ น้องขัดขืน หนีออกมาได้ แล้วจึงไปบอกผู้ปกครอง

 

           ภายหลังไอ้ครูคนนี้ก็ยังทำแบบนี้อยู่เนืองๆ เริ่มมีเด็กโดนกันหลายคน จึงพากันเอาเรื่อง ไอ้หื่นถูกตั้งกรรมการสอบ กรรมการก็ต้นสังกัดคือ กทม.นี่แหละ ไม่รู้สอบอีท่าไหนลากยาวมาถึง ๔ ปี ที่ผ่านมาไอ้หื่นถูกลงโทษทางวินัยแค่แป๊กขั้น ๒ หน ทั้งๆที่เป็นการกระทำที่ผิดวินัยร้ายแรง (เคสนี้จริงๆต้องไล่ออก) แต่เรื่องมันยังไม่จบ ไม่นานมานี้ทางต้นสังกัดเรียกน้องเข้าพบเพื่อสอบข้อมูลเพิ่มเติม ไอ้หื่นรู้ก็เลยขอเคลียร์ โดยบอกกับน้องว่าได้ขออนุญาตกับญาติน้องแล้ว ให้มาพบพร้อมๆกับเหยื่อคนอื่นๆ พอไปถึงมีน้องคนนี้แค่คนเดียว จึงตกลงกันไม่ได้ เพราะน้องยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จึงเข้าไปคุยต่อในโรงเรียน มันใช้โอกาสนั้นข่มขืนน้อง สันดานเลวขั้นสุด ใช้อาชีพบังหน้าเพื่อหาประโยชน์สนองตัณหาตนเอง ทำผิดซ้ำๆโดยไม่มีสำนึก และไม่มีการปรับปรุงตัว แล้วต้นสังกัดเนี่ยสอบอะไรตั้ง ๓-๔ ปี

 

 

            ระหว่างนั้นทำไมไม่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในเมื่อมันทำความผิดร้ายแรงขนาดนี้ (อ้างว่ายังไม่พบว่าผิดวินัยร้ายแรง โห เด็กร้องเรียนตั้ง ๑๖ คน ยังไม่ผิดวินัยร้ายแรงอีก ตรรกะอะไรวะ) ปล่อยให้มันมาสอนและอนาจารเด็กต่อไปจนมากถึงสามสิบกว่าคน ผู้ปกครองควรฟ้องเอาผิด กทม. มาตรา ๑๕๗ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ด้วยค่ะ เพราะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล พวกครูที่ออกมาขู่จะฟ้องกลับนี่ก็ขาดจิตสำนึกสิ้นดี เห็นเป็นเพื่อน พี่ น้องของตน เมื่อมันทำเลวยังปกป้อง ข้อนี้มองว่าอาจจะป้องชื่อเสียงโรงเรียนเป็นหลัก แต่ไม่ละอายใจหรือ เกิดมาเป็นครู แล้วลูกศิษย์ถูกทำร้าย ยังให้ความสำคัญต่อชื่อเสียงมากกว่าความถูกต้อง ไปตายซะไป ชาติหน้าก็อย่าได้เกิดมาเป็นครูอีก ถ้าทำหน้าที่โดยขาดจิตสำนึกขนาดนี้ก็ไม่ควรประกอบวิชาชีพนี้ให้อับอายเลย เด็กตั้งสามสิบกว่าคนต้องมารับกรรมจากไอ้อสุจิขึ้นสมองคนนี้ เด็กจะต้องฝันร้ายไปตลอดชีวิต ทำได้ยังไง ขนาดในโรงเรียนยังไม่ปลอดภัย แล้วทรชนที่อันตรายที่สุดคือคนเป็นครู เลวชาติจริงๆ พ่อแม่เขาอุตส่าห์ไว้ใจ ฝากลูกเต้าให้ดูแล พฤติกรรม เลียหู จับหน้าอก บีบหน้าอก ข่มขืน ฯลฯ

 

 



 

#เนื้อหาจากข่าวเว็บกระปุก

            จากกรณีครูพละโรงเรียนย่านคลองเตย ก่อเหตุข่มขืนวัย ๑๖ ปี โดยภายหลังพบว่ามีอดีตลูกศิษย์ยืนยันว่า ถูกครูรายนี้ล่วงละเมิดและลวนลาม จำนวนมากถึง ๓๒ รายนั้น เมื่อวานนี้ ( ๒๐ กรกฎาคม) ครูพละคนดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืน ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ท่าเรือ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ก่อนจะถูกตำรวจนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว พร้อมทั้งคัดค้านการขอปล่อยตัว ด้าน นางสำเนียง นุชเจริญ อดีตศิษย์เก่าโรงเรียนเล่าว่า เมื่อสามปีก่อนมีเด็ก ๆ ในชุมชนถูกครูรายนี้กระทำอนาจาร ๗ คน ตอนนั้นทางกลุ่มผู้ปกครองไปร้องเรียนให้โรงเรียนลงโทษ แต่ก็มีกลุ่มของครูขู่ว่า หากไม่มีหลักฐานจะถูกฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งต่อมามีการย้ายครูรายนี้ออกไปไม่นานก่อนจะให้กลับมาสอนใหม่ ยอมรับว่าชาวบ้านรับไม่ได้ หากลงโทษตั้งแต่ตอนนั้น คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้

 

 

            ขณะที่ป้าของเด็กที่เคยถูกครูอนาจาร เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุหลานเรียนชั้น ป.๖ ซึ่งพอไปสอบถามครูชี้แจงว่าการจับก้นหลานนั้นแค่หยอกล้อ เพราะเอ็นดูเหมือนลูกหลาน ไม่ได้มีท่าทางยอมรับผิด ยังยิ้มหัวเราะตามปกติ จนเวลาผ่านมาตนก็คิดว่าคงเลิกพฤติกรรมแบบนี้ไปแล้ว พอทราบข่าวว่ากระทำอนาจารเด็ก ๆ มากกว่า ๓๐ คน ก็ตกใจมากและรับไม่ได้

 

           จากการสอบถามนักเรียนชั้น ป.๖ เล่าว่า ครูรายนี้มีพฤติกรรมชอบจับหน้าอก จับก้น จับแขน เด็กผู้หญิง บางครั้งก็จับหน้าอกเพื่อนต่อหน้านักเรียนคนอื่น และทำลักษณะนี้หลายคน เพื่อนบางคนถึงขั้นร้องไห้ ตนเป็นเด็กผู้ชายเห็นพฤติกรรมของครูแบบนี้ยังกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ ขณะที่กรุงเทพมหานคร เผยว่า ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ยอมรับว่า เมื่อปี ๒๕๕๖ มีนักเรียนประมาณ ๑๖ คน แจ้งว่าถูกครูลวนลามทางร่างกาย ขณะนั้นมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย พิจารณาไม่ปรับขึ้นเงินเดือน ๒ ครั้ง แต่ยังให้ครูทำงานปกติ เนื่องจากการตรวจสอบพบไม่ผิดวินัยร้ายแรง และขณะนั้นมีการเข้าให้ปากคำผู้เสียหายเพียง ๓ คน เท่านั้น

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟสบุ๊ค Namfar Takonkit

อ้างอิงจาก  กระปุก,เว็บข่าว

 

 



เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ