บทเรียนที่ได้มันมากพอแล้ว!! "ครูชัย" ซัดกระแสโหน ทีมหมูป่าโชคร้าย 3 ชั้น ต้อง"ตกเป็นเหยื่อ" ...อยากให้คนไทยทั้งประเทศได้อ่าน!

Publish 2018-07-13 10:13:53



จากกรณีมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรื่อง การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 คน หากสนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีปริญญาโท หรือปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ตลอดการศึกษา



 

ศ.พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) ได้ทำหนังสือที่ ศธ 0527/11178 เรื่องการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ใจความว่า ด้วย มน. จ.พิษณุโลก ได้รับทราบข่าวโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวมทั้งสิ้น 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และอยู่ระหว่างการช่วยเหลือให้ออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัยนั้น 

นอกจากนี้  มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความยินดีช่วยเหลือและสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จำนวน 13 คน หากมีความต้องการและสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โท หรือ เอก ของมน. โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและเด็กๆ ทุกคนตลอดการศึกษา

 

 



จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ครั้งใหญ่ในสังคม และบนเฟซบุ๊กของครูชัย "Chaiyapon Chai Chawanwanitchai" ก็ได้โพสต์ความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นและพูดถึงกระแสสังคมที่กำลังโจมตีทีมหมูป่า ทิ้งท้ายว่าบทเรียนที่พวกเขาได้รับจากการเข้าไปติดในถ้ำก็เกินพอแล้วสำหรับเด็กที่อายุเพียง 12 ปี

 

 

ทีมฟุตบอลหมูป่ากับโชคร้าย 3 ชั้น


โชคร้ายชั้นแรก เป็น ‘เหยื่อ’ ของภัยธรรมชาติ

‘ติดถ้ำเหมือนติดคุก’ ในพื้นที่แคบเท่าแมวดิ้นตาย ต้องนอนในที่ชื้น พื้นแข็งและเย็น แถมไม่เป็นพื้นราบ อากาศน้อย ไม่มีห้องส้วม ไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น ยาวนานกว่า 2 สัปดาห์

โชคร้ายชั้นสอง ตกเปน ‘เหยื่อ’ ของการตลาดและ PR ของแบรนด์ และองค์กรต่างๆ ที่กระโดดเข้ามาประกาศจะให้ ‘รางวัล’ ปลอบขวัญเพื่อเยียวยาปลอบใจ เพื่อเรียกความสนใจจากสื่อและได้ Earned Media ไปฟรีๆ ทั้งๆที่ทีมหมูป่าไม่ได้ร้องขอ (และไม่ได้รู้เรื่องด้วย) สิ่งทีมหมูป่าร้องขอเท่าที่ทราบจากข่าวคือ ข้าวกะเพรา หมูกะทะ และขอออกจากถ้ำแค่นั้น


โชคร้ายขั้นสามตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของสื่อและชาวโซเชียล (cyberbully)

ยิ่งมีองค์กรให้ ‘รางวัลปลอบใจ’ เท่าไหร่น้องๆหมูป่ายิ่งถูกแขวะและวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเท่านั้น ตั้งแต่ตั๋วดูนัดชิงจากฟีฟ่า จนไปถึงทุนการศึกษาจากม.นเรศวร สร้างประเด็นให้ถูกโจมตีได้ตลอด


ตอนนี้น้องหมูป่าทั้ง 13 ยังไม่เห็นเพราะยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ออกมามาย้อนอ่านยังไงก็ได้เห็นว่าเขาถูก ‘ดึง’ ไปเป็นเหยื่อให้ถูก ‘ด่า’ มากแค่ไหน ทั้งๆที่เขาไม่รู้ตัว ไม่ได้ร้องขอและไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วยเลย


พวกเขาอาจจะรู้สึกกระแสน้ำที่ท่วมถ้ำว่าร้ายแรงแล้วแต่เทียบไม่ได้กับกระแสโซเชียลที่กระหน่ำซ้ำเติมเขา อย่างที่เขาจะไม่มีทางได้เจอมาก่อนในชีวิตนี้


ทีมหมูป่าไม่ได้ทำผิดอะไรที่ไปเที่ยวถ้ำเกิดอุบัติเหตุทางธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สุดวิสัย และทีมหมู่ป่าไม่ได้ทำผิดอะไรที่อยู่ๆมีองค์กรต่างๆเสนอ‘รางวัลปลอบขวัญ’ เพื่อเยียวยาหัวใจ เพราะเขาไม่ได้ร้องขอและไม่ได้รู้เรื่องเลย


แบรนด์หรือองค์กรต่างๆที่เสนอถ้าเสนอให้ด้วยใจ เขาก็ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าเสนอแบบหวังผลทางการตลาด ตั้งใจโหนกระแส โดยไม่สนผลลัพธ์หวังแค่ได้ผลเชิง PR ได้ awareness อย่างเดียวและเผลอๆ รู้ล่วงหน้าว่าน้องๆจะโดนกระแสเล่นงานด้วยซ้ำ!


โหดร้ายกว่าธรรมชาติก็การตลาดที่เห็นแก่ตัวของมนุษย์เนี่ยล่ะ


ผมเขียนไปแล้วในบทความที่แล้วก่อนหน้าว่า... “13 หมูป่า = ผู้ประสบภัย อาสานับพันชีวิต = Hero”


ผู้ประสบภัยควรให้คำขอบคุณและได้รับการปลอบขวัญ
Hero ควรได้รับรางวัล
Logic พื้นฐานก็มีพื้นฐานก็มีเท่านี้


ถ้ามีคำถามว่าพวกเขาควรได้รางวัลปลอบขวัญไหม? ส่วนตัวผมมองว่า... “วันนี้ที่เขาจะได้ออกมาจากถ้ำ” ออกมาเจอหน้าพ่อแม่ ออกมาเรียนหนังสือ ได้แข่งบอล และได้ใช้ชีวิตตามปกติได้ 

มันคือรางวัลปลอบขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาทั้ง 13 แล้ว มันคือผลลัพธ์แห่งพลังใจของผู้คนนับล้าน มันคือความเสียสละของอาสาสมัครนับพันนับหมื่น มันคือสิ่งยืนยันความมีน้ำใจของคนไทยที่ไม่เคยทิ้งกัน

จากวันที่เกือบตาย ไม่รู้จะมีใครมาเจอไหม จนถึงวันที่ต้องติดคุกอยู้ในถ้ำอย่างยาวนาน จนถึงวันที่ได้ออกมา เห็นหน้าพ่อแม่และได้ใช้ชีวิตอีกครั้ง

มันคือ ‘รางวัล’ ที่มีค่าสูงสุดและดีที่สุดที่เขาอยากได้แล้ว รางวัลนี้มาจากแรงใจอันเสียสละที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆของอาสาสมัครนับหมื่นจากหลายสิบชาติ ที่ยอมจ่ายทุกราคาทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือให้เขาออกมา รวมถึงได้รับกำลังใจจากคนไทยทั้งชาติและคนระดับโลกอีกมากมาย

มันเป็น ‘รางวัล’ ที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขาแล้วโดยอาจไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลปลอบใจอื่นใดอีก เพราะไม่มีรางวัลไหนจะมีค่าเสมอเหมือนเท่านี้อีกแล้ว


อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีอย่าให้น้องหมูป่าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่เจ็บปวดสุดๆในถ้ำมาแล้วต้องมาเจ็บปวดกว่านี้ นอกถ้ำอีกเลย

บทเรียนที่ได้...มันมากเกินพอสำหรับเด็กอายุ 12 แล้วล่ะ

 

 

 

 

ขอบคุณ Chaiyapon Chai Chawanwanitchai



เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล


Suggess News

Recommend News