เลวยิ่งกว่านรก!! ไอ้โม่งดักตีหัวสาวจนสลบ ก่อนลากไปขืนใจ ทุบตีบีบคอจนกระดูกหัก ฮึดกลั้นใจกระชากไอ้โม่งออกเห็นหน้าชัด น้ำตาไหล ช้ำหนักกว่าเดิม

Publish 2018-06-22 10:19:44



วันนี้(22 มิ.ย. 61) ในเพจ "บิ๊กเกรียน" ได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ หญิงวัย 44 ปี  ระหว่างกำลังปั่นจักรยานไปทำงานในตอนเช้ามืดของวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยคนร้ายเป็นชายสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ดักใช้ไม้ตีเข้าที่ด้านหลังศีรษะ ก่อนทำการขืนใจ โดยเกิดเหตุในพื้นที่หมู่ 2 บ้านหนองแก ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งจุดเกิดเหตุ เป็นคันนาห่างจากบ้านเพียง 50 เมตรเท่านั้น โดยหญิงที่ตกเป็นเหยื่อเป็นสาวโสด ที่ฐานะยากจนต้องดูแลพ่อพิการวัย 80 ปี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความผวาหวาดกลัวให้กับคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก

 

 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาว ได้ทำการสอบถามข้อมูลคนร้ายจากนางสาวหน่อย (นามสมมติ)  อายุ 44 ปี พนักงานของบริษัทเอกชนรับเหมาทำความสะอาดสถานที่ราชการแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี  จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้าและสวมถุงมือมิดชิดจังหวะที่คนร้ายตีจนฟุบไปนั้นยังได้ตามลงไปใช้มือบีบคอของพร้อมลงมือข่มขืนผู้เสียหายด้วย แต่นางสาวหน่อยพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่จนสามารถกัดเข้าที่มือและสามารถกระชากไอ้โม่งที่ปิดบังใบหน้าของคนร้ายออกมาได้สำเร็จ จึงถูกคนร้ายเข้ามาบีบคอซ้ำอีกครั้งอย่างรุนแรงจนหมดสติไป

 

 

ต่อจากนั้นเมื่อฟื้นขึ้นจึงรีบหยิบโทรศัพท์โทรหาผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง และแจ้งต่อหัวหน้างานทราบ เพื่อให้ส่งคนมาช่วยเหลือหลังส่งโรงพยาบาลแล้วผลการตรวจในเบื้องต้น แพทย์พบว่ามีบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง กระดูกซี่โครงหัก2ซี่ มีเลือดออกภายในร่างกายและกระดูกคอร้าวเนื่องจากถูกของแข็งฟาด 
 



 

ขณะที่คดีดังกล่าว ถือเป็นเรื่องอุกอาจและขยายวงกว้างในเขตเมืองกาญจนบุรี พ.ต.อ.พงษ์ธรณ์ เอื้อประเสริฐ ผกก.สภ.หนองขาว จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปคุมตัวนายต้อม ญาติของผู้เสียหายเองเนื่องจาก น.ส.หน่อย ยืนยันอย่างหนักแน่นแต่ปรากฏว่านายต้อม ยังให้การปฏิเสธอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างขนเพชร เพื่อนำไปเปรียบเทียบดีเอ็นเอ ก่อนควบคุมตัวนายต้อมส่งดำเนินคดีในสองข้อหา คือ ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนเองและข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมนำตัวส่งฝากขังที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรีทันที

 

 

ในส่วนของมูลเหตุในการก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธ แต่ในเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียหายกับบ้านของผู้ก่อเหตุมีปัญหากันมานาน เนื่องจากบ้านของผู้เสียหายอยู่ในที่ดินผืนเดียวกับบ้านของผู้ต้องสงสัย และบ้านของผู้ต้องสงสัยต้องการที่จะขายที่แต่บ้านของผู้เสียหายไม่ยินยอมจึงกลายเป็นปัญหาขัดแย้งเรื่อยมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุ รวมถึงผู้เสียหายเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป

 

 



อย่างไรก็ตาม หลังควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเข้าไปดูบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งได้รับข้อมูลจากคนรู้จักของมีฐานะยากจนมาก โดยอาศัยอยู่กับพ่อ อายุ 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเพียงลำพัง ส่วนแม่บวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ในทุกๆวัน น.ส.หน่อย จะต้องปั่นจักรยานจากบ้านไปทำงานที่ศาลากลางจังหวัดซึ่งอยู่ห่างกันเกือบ30กิโลเมตร ทำให้ในแต่ละวันผู้เสียหายต้องปั่นจักรยานไปกลับเกือบหกสิบกิโลเมตร เพื่อจะกลับมาดูแลพ่อที่ป่วยในช่วงเย็น

 

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของหัวหน้างานที่บอกว่า ผู้เสียหายเป็นคนขยันทำงาน จะออกจากบ้านมาทำงานตั้งแต่เช้า เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน โดยหลังจากนี้ ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจะประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อนำตัวพ่อของผู้เสียหายไปดูแล พร้อมแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดทราบ เพื่อดำเนินการให้การช่วยเหลือต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลจาก : เพจ "บิ๊กเกรียน"

 

 



เรียบเรียงโดย

นางสาวอัจจิมา วรรณโร