ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีน เฮลั่น ศาลฎีกายืนไม่รื้อสุสาน วัดพนัญเชิงฯกรุงเก่า (มีคลิป)

Publish 2018-05-18 01:18:37



ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษายืนตามศาลอุธรณ์ ไม่รื้อสุสานวัดพนัญเชิงวรวิหาร หลังจากที่พิพาทนานหลายปี ท่ามกลางความโล่งอกของลูกหลานบรรพบุรุษนับ 3 พันหลุม 

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 พ.ค.2561  ที่ห้องประชุมชั้นสองโรงเรียนประชาศึกษา อ.พระนครศรีอยุธยา  จ.พระนครศรีอยุธยา  นายวินัย อัศวราชันย์ ประธานมูลนิธิวัดพนัญเชิงเซียงเต๊กตึ๊งอยุธยา เป็นประธานในการแถลงข่าวภายหลังจากที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา กรณีการพิพาทเรื่องการรื้อสุสานวัดพนัญเชิงวรวิหาร เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยมีนายชัยสิทธิ์ กังวาลย์ไกรไพศาล นายอมร มหิทิรุท นายสมนึก ลีลารุ่งอนันต์ กรรมการมูลนิธิฯ นายสุรพล กองอรรถ ทนายความร่วมแถลง


ทนายชี้แจงคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับหลุมฝังศพ

 นายสุรพล ทนายความเปิดเผยว่าจากกรณีที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ได้มีการฟ้องมูลนิธิวัดพนัญเชิงเซียงเต๊กตึ๊ง ในเรื่องให้รื้อสุสานสาธารณะวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งมีหลุมศพไร้ญาติกว่า 2 พันหลุม และบรรพบุรุษที่มีลูกหลานดูแลอีก 1,200 หลุมโดยประมาณ โดยมีการต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม ศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษาไม่ให้คณะกรรมการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางสุสานดังกล่าว และสุสานดังกล่าวไม่สามารถรื้อถอนหรือดำเนินการใดๆได้ ซึ่งต่อมาทางวัดพนัญเชิงวรวิหารได้มีการยื่นอุธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ศาลอุธรณ์ยังยืนตามศาลชั้นต้น โดยในเรื่องของการไม่ให้คณะกรรมการมูลนิธิเข้าไปยุ่งนั้น อยู่ระหว่างขอทุเลา จนกระทั่งมาถึงศาลฎีกาได้มีคำวินัจฉัยพิพากษายืนตามศาลอุธรณ์ โดยศาลฎีกาเห็นว่าโจทย์คือวัดพนัญเชิงวรวิหาร ไม่สามารถที่จะฟ้องในกรณีคัดค้านคำตัดสินของศาลอุธรณ์ในเรื่องการรื้อถอนได้อีกเนื่องจากสุสานดังกล่าวเป็นสาธารณะ ส่วนเรื่องของคณะกรรมการยืนตามศาลอุธรณ์ไม่สามารถดำเนินการได้

 

นำคณะสื่อมวลชนดูพื้นที่ข้อพิพาทสุสานสาธารณะ


 นายวินัย กล่าวว่าในเรื่องของการรื้อถอนนั้นเป็นที่สบายใจได้ว่าจะไม่ต้องมีการรื้อถอนสุสานอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องมาหารือและต้องดำเนินการต่อหลังจากที่ศาลพิพากษายืนตามศาลอุธรณ์ที่มูลนิธิฯไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของลูกหลานที่ยังอาจจะมอบให้กับมูลนิธิดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังมีกลุ่มของนายสมาน ศิริพฤกษ์พงษ์ ซึ่งเป็นลูกหลานที่ทำการร้องสอดเข้าไปอีก 102 รายชื่อ ทางศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องสอดทั้ง 102 นั้นไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอเป็นคู่ความ หน้าที่เป็นของจำเลยที่ 1 คือมูลนิธิฯเท่านั้น ซึ่งทางมูลนิธิฯและทายาททั้งหมดจะได้หารือในการเข้าดำเนินการดูแลต่อไป

ภาพ-ข่าว  เกียรติยศ  ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ที นิวส์ จ.พระนครศรีอยุธยา