บทสุดท้าย..แต่ไม่ท้ายสุด!! "ฉาย บุนนาค" กับบทสรุปวันนี้และอนาคตข้างหน้า เป็นคนทำสื่อหรือนักลงทุน??

Publish 2018-03-07 12:28:06



มาถึงบทสัมภาษณ์พิเศษตอนสุดท้าย  เนื่องใน  “วันนักข่าว”   ประจำปี  2561  ของ   “ฉาย บุนนาค” ประธานกรรมการบริหารกลุ่มสปริงนิวส์   ให้สัมภาษณ์กับหนังสือ “วันนักข่าว ประจำปี 2561” ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์เเห่งประเทศไทย  ในหัวข้อเชิงคำถามที่หลายคนให้ความสนใจว่า  ว่า  “ฉาย บุนนาค  เป็นคนทำสื่อหรือนักลงทุน?” (คลิกอ่านข่าวประกอบ :   จะเกิดอะไรขึ้น!! เมื่อ "ฉาย บุนนาค" เจอคำถามถูกมองเป็น "เจ้าพ่อสื่อยุคใหม่" เคยโดนใส่ร้ายเป็นทุนของทักษิณ??? )

 



“ฉาย บุนนาค”   ประธานกรรมการบริษัท Spring News Corporation จำกัด  บอกว่า  ตัวเขาไม่มีนักธุรกิจด้านสื่อมวลชนคนไหนที่ชอบหรือศึกษาแนวทางการทำธุรกิจสื่อเป็นพิเศษ รวมถึงนักธุรกิจคนอื่น ๆ ด้วย แต่ชอบคนที่อยู่ในวงการธุรกิจ แล้วสามารถเดินออกจากวงการธุรกิจได้ด้วยความพอ ผมจะชื่นชมคนที่เลิกได้ ผมเจอคนมากมายบอกว่าจะเกษียณ แต่ไม่มีใครเกษียณเลย เพราะเขาไม่พอ เขายังสนุกอยู่

 

 

 



ผมคิดว่า ทุกคนมีเส้นทาง มีความโลดแล่น แต่พอถึงจุดหนึ่ง ความสงบ ความสันติสุข มันเป็นจุดหนึ่งที่อยากจะเดินไปมากกว่า


ผมชื่นชม คุณศิริธัช โรจนพฤกษ์ (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอม-ลิงค์ จำกัด) เป็นคนเดียวที่ผมเห็นว่า ขายทุกอย่างเพื่อที่จะเกษียณอายุ 60-70 ปี แล้วมาทางสายทำบุญ คนที่เลิก คือ คนที่เก่งที่สุด ตลาดทุนเป็นสิ่งที่หาเงินง่าย สนุกได้แป๊ปเดียว เพราะวิ่งตามหาความมั่งคั่งหมด 

 

 

 

ทุกคนวันนี้ถูกกดดันเพื่อให้หุ้นตัวเองขึ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยแฮปปี้ ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ พอหุ้นขึ้นก็ขาย ถ้าต้องการให้หุ้นขึ้นตลอดเวลา คุณต้องมี Story คุณพักไม่ได้เลย แล้วคุณจะวิ่งตามหาสิ่งเหล่านี้ไปอีกเท่าไหร่ 30-40 ปี อย่างนั้นหรือ เพราะฉะนั้นความมั่นคง คือ สิ่งสำคัญ


ผมมองว่า ตลาดทุนไม่ใช่สิ่งที่ท้าทายแล้ว ตลาดทุน คือ สิ่งที่สวนทางกับพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทุกอย่าง ความพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง ตลาดทุน คือ ผิดหมด เพราะตลาดทุน คือ Maximum Profit อย่างเดียว คุณไม่ต้องทำเงินอีกเยอะ CSR ก็ไม่ต้อง CSR เป็นผักชีโรยหน้าก็ได้

 

ถ้าผมทำให้องค์กรธุรกิจที่เหนื่อย ธุรกิจหนึ่งพลิกได้ตอนนี้ ผมถือว่า ประสบความสำเร็จและพอใจแล้ว ว่า ผมทำให้เกิดความมั่งคั่งกับคนอีก 600 คน และตอบแทนผู้ถือหุ้นครบ ก็หมายถึง ผมทำสำเร็จแล้ว

 

ถ้าทำได้ จะเดินออกจากธุรกิจสื่อหรือไม่

… ก็เป็นไปได้ อย่างน้อยผมออกจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารแน่นอน ผมเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ไม่มีเงินเดือน ไม่รับเบี้ยประชุม ไม่รับเงินเดือน ผมไม่ต้องการใส่ต้นทุนเพิ่ม

 

ที่บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับการเออร์ลีพนักงาน แต่ที่ผ่านมา องค์กรธุรกิจสื่อหลายแห่งก็ใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการเปิดโครงการดังกล่าว

… เออร์ลีได้ แต่ต้องทำให้ถูกจุด ตัดบางส่วนได้ ต้องเออร์ลีบ้าง ถ้าจะปรับองค์กรธุรกิจ แต่คุณเออร์ลีหัวใจคุณไม่ได้ คุณเออร์ลีกล้ามเนื้อแล้วเหลือคอเลสเตอรอลไว้ ไม่จำเป็นต้องเออร์ลีกอง บ.ก. บางบริษัทใหญ่ เออร์ลีไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่บริษัทสื่อเออร์ลี 10 คน 20 คน 30 คน เป็นเรื่องเป็นราวหมด เพราะเป็นคนแวดวงเดียวกันที่ทำข่าว

 

มีคนสงสัยว่า ทำไม นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ถึงเข้ามามีตำแหน่งใหญ่ในบริษัท เพราะปัจจุบันนายมีชัยก็เป็นที่ปรึกษา คสช.

… ผมไม่ได้สนิทกับอาจารย์มีชัยมาก่อน ผมกับภรรยาไปพบท่านมีชัยแล้ว ผมก็เรียนให้อาจารย์มีชัยทราบถึงเป้าหมายที่จะเดินไป ซึ่งเส้นทางมันไม่ง่าย เพราะจะมีอุปสรรคตลอดเวลา โดยอาจารย์มีชัยก็ให้เกียรติมาเป็นประธาน ผมก็คุยกับท่านชัดเจน แล้วก็รับปากท่านทุกเรื่อง มีข้อคิดเห็นจากอาจารย์มีชัยส่งแจ้งมาตลอดว่า ข่าวนี้ควรจะเป็นแบบนี้ ก็มีคอมเมนต์มาตลอด

 

 

ขอบคุณ  :   ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ 
 



เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน


Recommend News