ข้าวโป่งสมุนไพรเครือตดหมา.!!? อร่อยดีมีประโยชน์ ที่ชาวโพนทองรวมกลุ่มทำขายมานาน จนมีรายได้เกือบแสนบาทต่อเดือน พร้อมเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับ..!!?

Publish 2018-01-13 23:33:36



วันนี้ ( 13 ม.ค. 2561 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ต.พรมสวรรค์ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นตำบลที่มีราษฎรปั้นข้าวโป่งหรือข้าวเกรียบว่าวขาย หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ มากกว่า 50 % ของราษฎรในตำบลนี้ โดยได้จัดตั้งเป็นกลุ่มขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2543 ซึ่งในขณะนั้นมีสมาชิกร่วมก่อตั้งเพียง 53  คน เป็นกลุ่มดำเนินกิจกรรมแปรรูปผลผลิตการเกษตร โดยผลิตข้าวเกรียบว่าวสมุนไพรขาย และต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2544 อำเภอโพนทอ  โดยสำนักงานเกษตรอำเภอร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทอง ได้สนับสนุนให้มีการอบรมเกี่ยวกับขบวนการผลิต การแปรรูป ตลอดจนการบรรจุภัณฑ์  



 



ซึ่งต่อมาได้เริ่มดำเนินงานกันอย่างจริงจัง จนในปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตข้าวเกรียบได้ครอบคลุมไปถึง 6 หมู่บ้าน มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 264 คน โดยการทำขายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งตำบลนี้อยู่ห่างจากตัวอำเภอโพนทองไปประมาณ 20 กม. ทางทิศใต้ตามถนนของ อบจ. ที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้าน โดยตามสองข้างทางถนนก่อนเข้าหมู่บ้าน จะมองเห็นข้าวโป่ง หรือข้าวเกรียบว่าว ที่ชาวบ้านนำเอามาตากแดดหรือผึ่งแดดเต็มสองข้างถนน

นายสมทรง แสนจันทร์ อายุ 50 ปี และนางสะอาด แสนจันทร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 ม.6 บ้านนาสีนวล ต.พรมสวรรค์  อ.โพนทอง สองสามีภรรยาซึ่งเป็นผู้ทำข้าวโป่งขายมาหลายปี ได้เปิดเผยว่า ช่วงนี้ขายดี มียอดลูกค้าสั่งเข้ามามาก เลยปั้นข้าวโป่งไม่ทัน เพราะตนสองคนสามีภรรยา อย่างมากก็ปั้นได้แค่ 1,500-2,000 แผ่นต่อวัน ซึ่งลูกค้าส่วนใกญ่ก็จะมารับถึงที่บ้าน โดยขายแผ่นละ1.50 สตางค์ รวมแล้วคิดเป็นเงินก็ได้วันละ 2-3 พันบาท  

 

 



โดยสองสามีภรรยา ยังได้บอกถึงวิธีทำข้าวโป่งให้มีรสอร่อยด้วยว่า อันดับแรกให้นำข้าวเหนียวใหม่มาแช่น้ำก่อนเวลาเข้านอน ช่วงประมาณ สอง-สามทุ่ม    จากนั้นประมาณเวลาตี 4-5 ก็ให้นำข้าวเหนี่ยวที่แช่ มานึ่งให้สุก แล้วนำข้าวที่ นึ่งสุกแล้วและกำลังร้อนๆ มาตำด้วยครกกระเดื่องให้ละเอียดจนไม่เห็นเมล็ดข้าว   ระหว่างตำก็ให้ใส่น้ำแช่ข้าวที่ผสมเครือตดหมาทีละน้อย เพื่อไม่ให้ข้าวติดครก และหมั่นพลิกข้าวที่ตำ โดยตำจนข้าวเหนียวนุ่ม และเหตุที่ต้องใช้น้ำแช่เครือตดหมาเป็นส่วนผสมก็เพราะว่า เครือตดหมานั้นเป็นสมุนไพร มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย และการที่จะทดสอบว่าแป้งใช้ได้หรือยัง ก็โดยการแผ่ก้อนแป้งดู ถ้าแป้งหดตัว ก็ต้องเติมน้ำแช่เครือตดหมาอีก แล้วตำต่อจนกระทั่งเหนียวนุ่ม จากนั้นก็ให้นำมาปั้นเป็นก้อนแล้วคลึงให้กลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-1 ½ นิ้ว แล้วจึงนำไปวางลงบนแผ่นพลาสติกที่ทาด้วยไข่แดงสุกผสมกับน้ำมันพืช โดยการวางบนไม้หรือโต๊ะ จากนั้นก็ใช้แผ่นเหล็กกดให้แบน แล้วจึงลอกแผ่นแป้งออกไปตากแดด  จนกระทั่งถึงช่วงตอนเย็นเวลาประมาณ 4-5 โมง ก็จะทำการเก็บมาบรรจุลงถุงเพื่อรอส่งให้ลูกค้า  ซึ่งช่วงที่ขายดีก็จะมีรายได้ถึงเดือนละเกือบ 1 แสนบาทเลยทีเดียว

ภาพ / ข่าว สุเทพ ลอยแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์  จ.ร้อยเอ็ด
เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข สำนักข่าวทีนิวส์

 



Suggess News

Recommend News