การตัดสินใจของ "ทรัมป์" คือประตูสู่นรก!! ทั่วโลกประณามสหรัฐฯ หลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศรับรอง "เยรูซาเล็ม" ให้เป็นเมืองหลวงอิสราเอล

Publish 2017-12-07 13:37:57



วันที่ 7 ธ.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า จากกรณีที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้มีการออกแถลงการณ์รับรองเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่สุดในปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล รวมทั้งอนุมัติแผนการย้ายที่ตั้งของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอลจากนครเทล อาวิฟ ไปยัง เยรูซาเล็ม ด้วย ซึ่งการแถลงการครั้งนี้มีรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เป็นสักขีพยาน

 

 

ทั้งนี้ ทรัมป์ ได้กล่าวว่าการถึงเวลาที่ประชาคมโลกควรตัดสินใจที่จะรับรองกรุงเยรูซาเลมให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว พร้อมกับตำหนิผู้นำสหรัฐคนก่อนๆ เช่น นายบิล คลินตัน , นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายบารัค โอบามา ว่าไม่สามารถรักษาคำมั่นสัญญาเอาไว้ได้  ทั้งนี้เขาจะยังสนับสนุนการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ตามแนวทาง 2 รัฐ ให้นำไปสู่การสถาปนารัฐปาเลสไตน์เคียงคู่กับรัฐอิสราเอล



ขณะที่ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ได้ออกมากล่าวยกย่องการประกาศของทรัมป์ว่าเป็นสิ่งที่กล้าหาญ และชอบธรรม รวมทั้งเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ที่จะสร้างสันติภาพ เพราะไม่มีเสรีภาพใดที่ไม่รวมถึงการที่เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล พร้อมทั้งเตือนให้รัฐบาลปาเลสไตน์และกลุ่มฮามาส หลีกเลี่ยงการสร้างบรรยากาศตึงเครียดในกรุงเยรูซาเลม เพราะถ้าหากมีสถานการณ์ใดเกิดขึ้น ถือว่าอีกฝ่ายเดินเกมผิดพลาด และรัฐบาลอิสราเอลพร้อมรับมือเหตุการณ์ทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้

 

 

ส่วนทางด้านนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ หัวหน้ากลุ่มฮามาส พรรคการเมืองและกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์ ออกมาตอบโต้ว่า ชาวปาเลสไตน์จะไม่ยอมปล่อยให้การสมคบคิดนี้เกิดขึ้นได้ และการตัดสินใจของทรัมป์คือการเปิดประตูนรกให้กับสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอาหรับ



นอกจากนี้ นานาชาติต่างออกว่าวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก เช่น สหภาพยุโรปหรืออียู ฝรั่งเศส เยอรมนี ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ จอร์แดน และตุรกี รวมถึงล่าสุด สมเด็จพระสันตปาปา ฟรานซิส ซึ่งมีรับสั่งให้ปกป้องสถานะเดิมของนครเยรูซาเล็ม แม้พระองค์ทรงเป็นประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก แต่ทรงเคารพคนในศาสนาอื่นเช่นกัน ส่วนทางด้านสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ได้กล่าวตำหนิสหรัฐฯอย่างหนักถึงเรื่องดังกล่าว ว่าเป็นการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) จะเตรียมประชุมฉุกเฉินเรื่องนี้ในวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. นี้ เพื่อหารือกันเรื่องนี้

 

นายอันโตนิโอ กูร์เตร์เรส เลขาสหประชาชาติ

 

 

 

 

 

 


เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย


Recommend News