โอดครวญหนักมาก!!"ธิดา"ทุกข์ใจหนัก หลัง"จตุพร"คอตกนอนคุก?? ลั่น!! คสช.เป็นชนวนส้รางความขัดแย้งของคนไทย พร้อมก้มหน้ารับคดีที่เหลือก็คงไม่รอด?

Publish 2017-07-20 14:46:07



จากกรณี  ศาลฎีกาพิพากษาคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ปี 2552 ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้อง

ทั้งนี้ ศาลฎีกา วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิด โดยสั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา และให้โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา 7 วัน

โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2555 ให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากเห็นว่าทางนำสืบรับได้ว่าเป็นกรณีที่ได้มีการปราศรัย แถลงข่าว วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นการตอบโต้ทางการเมืองทางวิธีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย จึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท

โดยนายอภิสิทธิ์ โจทก์ก็ได้ใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นฎีกาคดีอีกและศาลก็ได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ ปรากฎว่า ศาลฎีกา พิพากษากลับให้จำคุกนายจตุพร พรหมพันธุ์ 1 ปี ไม่รอลงอาญา และให้โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวัน 7 วัน

ต่อมาแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประกอบด้วยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง ราวมกันเดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.



ต่อมาบนเฟซบุ๊ค ของ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ได้มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ค ถึงกรณีที่นายจตุพรนั้นต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ โดยระบุตอนหนึ่งว่า จากกรณีที่คุณจตุพรนั้นได้ถูกตัดสินจำคุก 1 ปีนั้น ต้องบอกตรงๆว่ารุ้สึกอยู่เหนือความคาดหมายมากๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะโดนตัดสินตั้งแต่รอบนี้ โดยตนนั้นได้มีโอกาสคุยกับพรรคพวกในกลุ่ม นปช. นั้นเราก็ต้องเตรียมก้มหน้ารับในคดีที่เหลือที่คาดว่าคงจะโดนอีก นั่นก็คือคดีหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยพวกตนนั้นได้ยอมรับคำตัดสินของศาลอย่างแท้จริง 

โดย อ.ธิดายังได้กล่าวเพิ่มเติมถึง การทำร่างสัญญาประชาคมหรือการทำปรองดอง นั้น ก็ได้มีการตั้งคำถามว่าถ้าการปรองดองไม่สำเร็จนั้นใครจะเป็นคนรับผิดชอบ โดยตนอยากจะเสนอว่าเรามีบทเรียนจากการปรองดองมาแล้วหลายครั้งสุดท้ายก็ล้มเหลว โดยตนนั้นอยากยกตัวอย่างขึ้นมาว่าทำไงการปรองนั้นถึงสำเร็จ 

1.การตามหารากเง้าที่แท้จริงว่าจริงๆแล้วที่ยังขัดแย้งกันอยุ่นั้นเพราะอะไร 

2.และเจ้าภาพปรองนั่นต้องมีความเป็นกลางนั่นก็คือคสช.หรือรัฐบาลนั่นเอง

3.ต้องให้ประชาชนนั้นมีส่วนร่วมกับการปรองดองมากขึ้นมากกว่านี้ 

โดยระบุเพิ่มเติมอีกว่า ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบผลการปรองดอง โดยประชาชนนั้นก็มีส่วนผิดแต่คสช.นั้นก็มีส่วนสร้างความขัดแย้ง โดยคสช.นั้นเป็นผู้สร้างความขัดแย้งใหม่เป็นการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนโดยการทำรัฐประหาร ส่วนการทำสัญญาประชาคมนั้นก็ไม่ต่างจากการทำ ยุทะศาสตร์ชาติฃ

โดยตนอยากเสนอว่าการปรองดองที่แท้จริงนั้น ต้องมากจากหัวใจที่แท้จริงจึงจะสำเร็จ แต่ถ้าฝั่งรัฐบาลนั้น ยังคิดจะส้รางประชาธิปไตยเป็นของตัวเองก็คงจะเกิดยาก แถมเผยทิ้งท้ายว่าถ้ายังไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงการปรองดองก็คงเกิดยาก

โดย อ.ธิดา ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงกลุ่มนปช.ว่าเดี๋ยวเราคงได้เจอกันหน้าเรือนจำเพื่อเยี่ยมคุณจตุพรต่อไป




เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี


Suggess News

Recommend News